... อ่านเพิ่ม
Title : Baby, don't cry {Special} GONE :: KAI’s PART
Rate : NC-17
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : Nelly - Gone ft. Kelly Rowland



จงอินบรรจงจูบตามเรือนร่างที่หลับตาพริ้ม ร่างบางที่มีผิวขาวซีด พร้อมกับเสียงร้องครางหวานเมื่อคืน บัดนี้กำลังนอนคว่ำฝังใบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ ไม่สนใจสิ่งที่รบกวนรอบข้าง




“ตื่นได้แล้ว...” ไม่พูดเปล่า ริมฝีปากของจงอินไล้จูบไปตามไหล่มน ไล่ลงมาถึงแผ่นหลังของเซฮุน


“อื้อ...จงอินพอก่อน...จะนอน...” คนตัวบางประท้วงในลำคอ น้ำเสียงอู้อี้


“เช้าแล้วนะเซฮุนนา...เด็กดีต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอครับ”




พูดไป มือก็ขยับดึงผ้าห่มที่คลุมแค่ท่อนล่างของตนและเซฮุนออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่า จงอินขยับตัวขึ้นคร่อมอีกคน ริมฝีปากหนาก้มลงดูดดุนเนื้อขาวจนเป็นรอยกุหลาบทั่วแผ่นหลัง




“อื้อ...ไม่เอานะ...” เซฮุนร้องเสียงเบา




เสียงของเซฮุนยิ่งทำให้จงอินอยากจะฟัดคนข้างหน้าอีกครั้ง ทั้งๆที่เมื่อคืนก็ผ่านไปหลายยก แต่เขามีความรู้สึกว่ามันไม่พอ ยิ่งทำเท่าไหร่ เขายิ่งต้องการคนตรงหน้า




“เซฮุนนา...ถ้ายังไม่ตื่น จะไม่ทนแล้วนะ” จงอินก้มลงกระซิบเบาๆที่ข้างหูเซฮุน


“..............”


“เงียบเหรอ...เดี๋ยวจะทำให้ไม่เงียบเลย” จงอินว่าแล้วก็พลิกร่างอีกคนให้นอนหงาย แต่เซฮุนก็ยังคงหลับตาอยู่ และไม่มีท่าทีจะตอบโต้อะไร มือหนาลูบไล้โคนขาขาวเนียน ก่อนจะจับสองขาตั้งชันพร้อมแทรกตัวไปตรงกลาง


“อือ...ไม่เอา...ไม่มีแรงแล้วนะ...”




เซฮุนประท้วงเบาๆ ตีหน้ายุ่งแต่ไม่ยักกะลืมตาขึ้นมา ณ จุดนี้ คิมจงอินไม่ทนแล้วครับ




ริมฝีปากหนาก้มลงไปครอบยอดอกสวย ลิ้นเรียวละเลงดูดดุนจนเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ร่างบางที่ตอนแรกไม่มีท่าทีตอบโต้ ตอนนี้เริ่มบิดไปมา




“อ๊ะ...อื้อออ จงอิน...”




ปากทำหน้าที่ละเลงเลียยอดอกสวยไม่หยุด มือหนาก็ค่อยๆไล้ต่ำจนไปถึงส่วนล่าง กอบกุมแท่งร้อนที่เริ่มจะตื่นตัว สาวมือขึ้นลงช้าๆเหมือนต้องการจะแกล้งร่างบาง




“ม...ไม่! อย่านะ...อ๊ะ อ๊า...” ยิ่งเห็นอีกคนประท้วง มีหรือที่คิมจงอินคนนี้จะหยุด เขายิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้น ทำให้ร่างบางครางกระเส่า
เซฮุนปัดป่ายมือไปทั่ว หวังจะหาที่ยึด แต่ก็ทำได้เพียงจิกมือกับผ้าปูที่นอนไว้ในกำมือเท่านั้น เซฮุนไม่มีแรงจะตอบโต้อะไร แม้แต่แรงจะเปิดเปลือกตายังแทบจะไม่มี


“อดทนอีกนิดนะครับที่รัก...เดี๋ยวก็สบายตัวแล้ว” จงอินก้มลงมากระซิบเบาๆที่ข้างหูเซฮุน ก่อนจะเร่งจังหวะของมือเร็วจนร่างบางเสียววาบที่ท้องน้อย


“อ๊ะ! อย่า! อ๊า...ระ เร็วอีก อื้ออออออ” ร่างบางครางเสียงหวาน พร้อมกับมือหนาปรนเปรอให้ไม่หยุด


“ไม่ไหวแล้ว อ๊า.......” สิ้นเสียงคราง ร่างบางก็ปลดปล่อยออกมาเปรอะเต็มหน้าท้องและมือหนา หอบหายใจ ปล่อยร่างกายนอนแผ่อย่างนั้น ยิ่งทำให้ยั่วในสายตาคิมจงอิน




จงอินก้มลงจูบขมับอีกคนเบาๆ มือยังคงสาละวนกวาดเอาน้ำขุ่นขาวไปช่องทางด้านหลังของร่างบาง จงอินแทบจะไม่ต้องทำอะไรมากเพราะกิจที่ทำเมื่อคืนก็ทำให้ช่องทางนั้นไม่ได้ปิดแน่น




มือหนาค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปช้าๆทีละนิ้ว ก่อนจะกดนิ้วเข้าไปลึกมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยเรียวนิ้วคว้านสะกิดโดนจุดเสียว ทำให้ร่างบางเริ่มเกร็งตัวอีกครั้ง




“จ...จงอิน...พอเถอะ...” เซฮุนประท้วงด้วยเสียงแหบพร่าอย่างไร้เรี่ยวแรง


“แน่ใจเหรอครับว่าอยากให้พอ...” จงอินไม่พูดเปล่า เรียวนิ้วขยับเข้าออกครูดตามช่องทาง


“อ๊า อ๊ะ..........”




เซฮุนไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะถกเถียงอะไรคนด้านบนอีกต่อไปแล้ว เจ้าตัวทำได้แค่ปรือตามอง พร้อมพยายามกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเผื่อข่มเสียงครางหวานนั้นเอาไว้ แต่เซฮุนไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นยิ่งยั่วยวนร่างหนามากเพียงใด




จงอินไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาสนเพียงแค่ร่างบางเบื้องล่างนี้เท่านั้น...เซฮุนที่เขารัก เซฮุนที่เขาหวงแหน เขารู้ว่าจะต้องมีมนุษย์หมาป่าอีกหลายเผ่าที่ไม่พอใจ เขารู้ว่าแวมไพร์เองก็จะไม่นิ่งเฉยเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พร้อมจะสู้ไปกับเซฮุน




ไม่ช้าหรือเร็ว เขากับเซฮุนจะต้องโดนตามตัวพบเข้าซักวัน เพราะในอดีตนั้นมนุษย์หมาป่าและแวมไพร์ไม่ลงรอยกันมาช้านานอยู่แล้ว ถ้าหากเรื่องของเขากับเซฮุนแพร่กระจายออกไปได้




แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดกังวลอะไรหรอก ในเมื่อร่างบางเบื้องล่างช่างยั่วยวนเขาเหลือเกิน เรื่องตามล่าหรือต่อสู้ เก็บไว้เป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกัน




จงอินค่อยๆดึงนิ้วที่สอดลึกออกมาจากช่องทาง มือหน้ายกสองขาเรียวขาวขึ้นพาดบ่าตัวเอง ก่อนจะจับแท่งร้อนสอดเข้าไปช้าๆ




“อ...อื้อ...” เซฮุนเกร็งตัว


“ซึ๊ด...อย่าเกร็งสิเซฮุน...มันแน่นนะ...” จงอินก้มลงไปมอบจูบแสนหวานให้ร่างบาง เพื่อให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เซฮุนก็จูบตอบไปด้วยความเผลอไผล ลดความเกร็ง ทำให้จงอินดันแท่งร้อนนั้นเข้าไปพรวดเดียว จงอินเริ่มขยับสะโพกเร็วขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจูบที่มอบให้ร่างบางก็เร่าร้อนขึ้นเช่นกัน


“อื้อออออออ! อ๊ะ! อ๊ะ...” เซฮุนร้องครางไม่ได้ศัพท์ ริมฝีปากโดนจงอินบดขยี้จนบวมเจ่อ ร่างบางหลับตาปี๋ รับแรงกระแทกที่ร่างหนามอบให้


“อ่าส์...ซ...เซฮุน...” จงอินผละออกไป จับขาเรียวขาวของเซฮุนที่พาดบ่าตัวเองอ้ากว้าง พร้อมกระแทกถี่รัว


“จง...อ๊า! อ๊า!” เซฮุนไม่สามารถห้ามสัญชาตญาณดิบของจงอินได้อีกแล้ว ทำได้เพียงส่งเสียงร้องระบายออกมาเท่านั้น สองมือกำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด ความรู้สึกที่เกิดมันทั้งเสียวทั้งจุก น้ำใสๆค่อยๆซึมออกทางหางตา


“ซี๊ดดด....” จงอินเงยหน้าขึ้น ขยับเข้าออกช่องทางสวยสองสามทีก็ปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นเข้าไปในช่องทาง ก่อนจะค่อยๆถอดแท่งร้อนออกช้าๆ




ร่างหนาก้มลงจูบซับน้ำตาที่ซึมออกมาจากหางตาของเซฮุน บรรจงพรมจูบไปทั่วใบหน้าขาวซีดอย่างทะนุถนอม




“ขอโทษนะเซฮุน...”


“ไม่เคยโกรธอยู่แล้ว...” เซฮุนพูดเสียงเบาพร้อมโอบกอดรอบคอของจงอิน ทำให้จงอินต้องลงมานอนกอดร่างบางนี้ไว้




รักที่สุด...




หวงแหนที่สุด...




เขาจะไม่ยอมเสียเซฮุนไปแน่ๆ ต่อให้ต้องใช้ชีวิตของตัวเองเข้าแลก




“รักมากรู้ไหม...พักผ่อนนะเด็กดี...” จงอินขยับตัวให้อีกคนได้นอนทับแขนของตัวเอง มือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของทั้งสอง เซฮุนเบียดตัวเข้ามานอนกอด ใบหน้าซบอกแกร่งของจงอิน


“รักเหมือนกันนะ...” เซฮุนหลับตาพูดเสียงเบา เพียงไม่นานร่างบางก็หายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าคงจะหลับไปแล้ว




แค่นี้ก็พอแล้ว...ขอแค่มีคนที่รักอยู่ตรงนี้




เขาจะไม่สนด้วยว่าใครจะพูดยังไง




มีโอเซฮุนคนนี้อยู่เคียงข้างเขา เขาก็จะไม่กลัวอะไรอีก




Happy Ending
... อ่านเพิ่ม
Title : Baby, don't cry {13} [END]
Rate : PG-15
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : ยัง - LIPTA





Sehun’s Part
หลังจากที่ผมปฏิเสธคริสไปแล้ว ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก วันนี้ผมตัดสินใจจะไปหาแม่ แต่เมื่อเปิดประตูห้องผู้ป่วยพิเศษไป ก็เจอหมอกับพยาบาลยืนอยู่ข้างเตียงของแม่ พร้อมกับพ่อ





ผมเข้าไปยืนข้างเตียงแม่ มองหน้าทุกคนอย่างไม่เข้าใจ





“พ่อจะถอดสายออกซิเจนของแม่แล้วนะเซฮุน” คำพูดของพ่อทำให้ผมตกใจ





“อะไรนะ!!! พ่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!!! พ่อจะฆ่าแม่อย่างนั้นเหรอ” ผมโวยวายเสียงดัง





พอพ่อเห็นผมโวยวาย พ่อก็ค่อยๆพูดอย่างใจเย็นว่า “แล้วคิดว่าทุกวันนี้แม่เขามีความสุขอย่างนั้นเหรอ พวกเรากำลังหลอกตัวเอง กักขังแม่ให้อยู่กับเรา ทั้งๆที่เธอเหมือนตายทั้งเป็น เราควรจะปล่อยเธอไปตั้งนานแล้ว ปล่อยให้เธอขึ้นไปอยู่ฟ้า เพราะเธอคือนางฟ้า...”





พ่อพูดพร้อมกับตาที่เริ่มแดงก่ำ พ่อกำลังจะร้องไห้...





ทั้งคำพูดของพ่อ พร้อมกับน้ำตาของพ่อที่กำลังจะไหล ทำให้น้ำตาของผมรื้นขึ้นมาเหมือนกัน...





ผมค่อยๆโน้มตัวลงไปกอดร่างแม่แน่น จูบเบาๆที่หน้าผากและแก้มซีดขาวนั้นทั้งน้ำตา ก่อนค่อยๆผละออก





พร้อมแล้ว...โอเซฮุนพร้อมแล้วที่จะเข้มแข็ง พร้อมแล้วที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าโดยทิ้งอดีตไว้ด้านหลัง ทั้งเรื่องแม่ เรื่องพ่อกับคริส และจงอิน...





ผมพยักหน้าเบาๆเป็นสัญญาณให้กับหมอว่าผมพร้อมแล้ว เมื่อหมอเห็นจึงค่อยปลดสายออกซิเจนที่จมูกของแม่ออก เสียงของเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจดังตี๊ดยาว ทำให้ผมรู้ว่าแม่จากผมไปแล้ว





แม่ขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้ว...





งานศพของแม่จัดขึ้นเงียบๆที่สุสานแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองชนบท ที่นี่คือที่ๆผมตัดสินใจจะมาเริ่มชีวิตใหม่ ผมไม่ได้บอกพ่อเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าพวกเขาอยากมา พวกเขาก็คงตามหากลิ่นของผมได้





หมู่บ้านนี้เงียบสงบมาก ชาวบ้านส่วนมากเป็นชาวนา ชาวสวน มีโรงเรียน มีสถานีอนามัยเล็กๆ มีทั้งเด็กจนไปถึงคนแก่ ถือว่ามีทุกเพศทุกวัยจริงๆ





บทจะจบ...ก็จบง่ายเหลือเกิน ทั้งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ทั้งเรื่องทุกอย่างที่ทำให้ผมคนนี้ไม่เป็น “คน” เหมือนเดิม





แต่ผมก็เลือกที่จะทำตัวเป็นคนปกติธรรมดา เข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ และสารภาพบาปบ่อยๆ






นี่แหละชีวิตใหม่...โอเซฮุนคนใหม่





.
.
.

1 ปีผ่านไป





ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวลาจะผ่านมา1ปีแล้ว ผมใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้มาได้ปีนึงแล้วเหรอเนี่ย





ตลอดเวลา1ปีที่ผ่านมา ผมยังคงร้องไห้อยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยบ่อยแล้ว นั่นเป็นเพราะผมพยายามหาอะไรทำ ผมกลับไปเรียนม.ปลายใหม่ เพราะที่นี่เป็นชนบทเรื่องโรงเรียนจึงไม่ค่อยเคร่งมากเท่าไหร่





ผมมีเงินใช้ตลอดไม่ขาดมือ เพราะทรัพย์สมบัติของพ่อ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้สิ้นเปลือง แถมเลี่ยงจะใช้มากกว่า





ผมอาศัยที่นี่ ทำงานพิเศษ เรียนหนังสือไปด้วย ทุกคนเอ็นดูผม เพราะพวกเขาก็พอจะรู้มาคร่าวๆว่าผมคงเจอมรสุมชีวิต





วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง พอเลิกเรียนแล้วผมก็ขึ้นไปบนยอดเขาทันที ข้างบนเขาเป็นจุดชมวิวโล่งๆ มีต้นไม้อยู่ประปราย มีสวนดอกไม้นานาชนิด ชาวบ้านช่วยกันพัฒนาที่นี่ นานๆทีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมา





ที่นี่กลายเป็นที่สิงสถิตประจำของผมแล้ว ทุกๆครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง ผมจะขึ้นมาบนนี้เพื่อนั่งชมจันทร์ แต่ถ้าคืนไหนเป็นคืนเดือนมืด ผมจะขึ้นมานอนดูดาวท่ามกลางสวนดอกไม้





ผมนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน จนมีพระจันทร์ดวงโตปรากฏขึ้นมา





คิดถึง....





เคยได้ยินมาว่าเวลาจะช่วยให้คนเราลืมได้ ผมว่ามันไม่จริง





เวลาไม่ได้ช่วยให้เราลืมใครได้จริงหรอก...มันแค่เหลือเป็นความทรงจำ





สิ่งที่เวลาพรากไป คือ ความเจ็บปวดต่างหาก





เวลาไม่ได้ช่วยทำให้เราลืมใครได้หรอก...





แต่เวลาช่วยให้ความเจ็บปวดในอดีตเบาบางลงเท่านั้นเอง





เวลาอาจไม่ช่วยให้เราลืม แต่เราแค่ทำสิ่งอื่นๆ โดยที่ไม่ต้องนึกถึงคนนั้น ...





ไม่ต้องนึกว่าอยากจะลืม อยากจะลืม...เพราะนั่นยิ่งกลับทำให้เรา "จำ"





การพยายามที่จะลืม มันก็ไม่ได้ทำให้เราลืมได้เลย แต่มันกลับทำให้เราจำได้ มากกว่าซะอีก





นี่คือสิ่งที่ผมค้นพบ และคิดทบทวนมาตลอด1ปีที่ผ่านมา ผมนอนมองพระจันทร์สีเหลืองนวลอยู่เงียบๆ





จงอิน...จะเป็นยังไงบ้างนะ จะลืมผมไปรึยัง จะมีความสุขดีรึเปล่า





อยากที่จะรู้เธอเป็นอย่างไร
จะสุขหรือทุกข์ร้ายดีแค่ไหน
เธอจะคิดถึงบ้างไหม
คิดถึงบ้างไหม ส่วนฉันนั้นยัง...






ให้ตายเหอะน่าโอเซฮุน...เป็นแบบนี้ตลอดเวลาขึ้นมาดูพระจันทร์เต็มดวง คิดถึงจงอินอีกแล้ว...ปฏิเสธหัวใจตัวเองไม่ได้เลยว่ายังรัก...และในใจยังแอบหวังว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกซักวัน





ยังคงรักเธอไม่เคยเปลี่ยนไป
จะมีทางใดที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง
ฉันนั้นยังมีความหวัง
ติดอยู่กับความหลังไม่ไปไหน
ยังรักได้แค่เธอ...






แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ผมไม่ได้ตามหาเขา และก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะตามหาผมมั้ย ไม่มีใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ





ผมค่อยๆหลับตาลง การที่เห็นพระจันทร์เต็มดวงยิ่งจะทำให้คิดถึงจงอินมากยิ่งขึ้นไปอีก





มีเรื่องราวอีกเป็นร้อยพัน
มีถ้อยคำอีกเป็นล้านคำ
อยากจะเล่าให้เธอได้ฟัง แต่เธอไม่อยู่แล้ว






รู้ตัวเลยว่าปากเริ่มเบะ คิ้วเริ่มขมวด หน้าเริ่มนิ่ว จะร้องไห้อีกแล้วเหรอโอเซฮุน 





น้ำตาค่อยๆไหลลงมาช้าๆ ผมนอนหงาย หน้ามองฟ้า ปล่อยน้ำตาไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก





ร้องสิ...ร้องให้พอ





ผมนอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน





.
.
.


ลมเย็นพัดมากระทบใบหน้า ทำให้ผมรู้สึกตัว ผมค่อยๆลืมตาขึ้น ท้องฟ้ายังคงเป็นสีดำ และยังมีแสงจากดวงจันทร์อยู่





ผมยกแขนขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ อา...ตี3กว่าแล้วเหรอเนี่ย ใกล้เช้าแล้วสินะ ผมควรกลับบ้านไปอาบน้ำนอน





ลมเย็นที่พัดมากระทบหน้าอีกครั้งทำให้ผมได้กลิ่นที่คุ้นเคย





เสียงฝีเท้าที่เดินเบาๆ คนธรรมดาคงไม่ได้ยิน แต่ผมกลับได้ยินชัดเจน





ผมเด้งตัวขึ้นนั่ง ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่อยู่





ผมขยี้ตาแรงๆ พยายามเบิกตากว้างๆเพื่อดูว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด หรือประสาทหลอนไปเอง





ร่างสูงเปลือยท่อนบน กางเกงยีนส์สีซีดตัดกับผิวสีแทน ร่องกล้ามเนื้อตรงหน้าท้องดูน่าลูบไล้เมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์ รองเท้าผ้าใบเก่าๆที่ดูดีเมื่ออีกคนใส่ ใบหน้าและสายตาที่เย็นชากำลังจ้องมาทางผม





เหมือนเดิมทุกอย่าง...ต่างแค่สีผมที่ตอนนี้กลายเป็นสีบรอนด์





แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเค้ายังเหมือนเดิมนะ ยิ่งทำผมสีนี้ ถึงแม้จะตัดกับสีผิว แต่มันกลับดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด





แถมยังเป็นสีเดียวกันกับผมอีก...





ผมมองร่างที่พิงต้นไม้ ในใจคิดว่าควรจะทำยังไง ทั้งที่อยากจะเข้าไปกอดแน่นๆ แต่กลับไม่กล้า หรือผมควรจะวิ่งหนีไป





ผมค่อยๆลุกขึ้น พร้อมเดินเข้าไปช้าๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง





ผมมองจ้องอีกคนจนแทบจะทะลุตัวอีกคน





“จะมองอีกนานมั้ย?” คนตรงหน้าขยับปากพูด





เสียงที่คุ้นเคย...เสียงที่นุ่มหู...





“ก็คงมองอีกนาน ขอมองก่อนได้มั้ยล่ะ?” ผมตอบตามที่ใจคิด ไม่ได้ตั้งใจจะกวนคนตรงหน้า





“เดี๋ยวจะให้มองไปทั้งชีวิตเลยดีมั้ยล่ะ...?”





“.........” เพราะคำพูดของจงอินทำให้ผมนิ่งไป





จงอินเห็นอีกคนนิ่งก็เลยยกมือมาขยี้ผมตัวเองแก้เขิน





เหตุผลที่ผมนิ่งไปก็เพราะใจกำลังเต้นแรงมากๆต่างหากล่ะ เขาจะกลับมาจริงๆใช่มั้ย...เค้าจะไม่ทิ้งผมไปแล้วใช่มั้ย..





น้ำตาผมไหลลงมาอีกแล้ว ผมกลายเป็นคนขี้แง อ่อนแอแบบนี้ มันไม่ดีเลย...





จงอินคว้าตัวผมเข้าไปกอดแน่น ผมเอื้อมมือไปกอดตอบอีกคนแน่นเช่นกัน





“หายไปไหนมา...แล้วกลับมาทำไมงั้นเหรอ...กลับมาทำไม...” ผมเริ่มร้องไห้หนักขึ้น ปากพร่ำพูดแต่คำถามที่ค้างคาใจ





“ทำไมทำแบบนี้...ทำไมทิ้งกูไว้คนเดียว...”





“กูขอโทษที่กูหนีไป...ที่กูทิ้งมึงไว้คนเดียว มันมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ” จงอินตอบเสียงเบา





“เหตุผลจำเป็นอะไร!” ผมโวยวายเสียงดังก่อนผลักจงอินออก





จงอินถอนหายใจเบาๆ “กูสัญญากับไอ้คริสว่าจะเลิกยุ่งกับมึง ถอยห่างออกจากมึง ถ้ามันยอมเปลี่ยนมึงให้เป็นแวมไพร์...มันไม่ง่ายเลยนะ มึงเองก็คงไม่รู้หรอกว่ากูต้องทรมานขนาดไหน ตอนนี้กูก็แหกคำสัญญามาตามหามึงแล้ว...กูไม่รู้หรอกว่าหลังจากนี้ไอ้คริสจะว่ายังไง แต่กูเลือกที่จะตามหาหัวใจของกูมากกว่า”





“กูกับคริสไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว เราจากกันด้วยดี กูคิดกับเค้าแค่พี่ชายคนนึง”





“…………”






“ขอร้องล่ะจงอิน...อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาเกี่ยวอีกเลย ให้มันเป็นเรื่องของเราแค่สองคนไม่ได้เหรอไงกัน...” ผมตัดพ้ออีกครั้ง





“ถึงตอนนี้เรื่องจะเป็นยังไงก็ช่างมันแล้วล่ะ..” จงอินพูดก่อนดึงตัวผมไปโอบไว้หลวมๆ พร้อมกับค่อยๆก้มลงมาประทับริมฝีปากของผมเบาๆ





ผมจูบตอบเนิบนาบ เราสองคนจูบกันอย่างนั้นโดยไม่มีใครยอมผละตัวออกไป





จงอินพลิกตัวผมให้หันหลังชนกับต้นไม้ รสจูบที่โหยหา ทำให้เราสองคนไม่สามารถหยุดความต้องการไว้ได้





“อยู่กับกูนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไร” จงอินกระซิบข้างหูผมเบาๆ ก่อนค่อยๆก้าวถอยหลังห่างออกไปช้าๆ





ผมมองดูการกระทำของจงอินอย่างไม่เข้าใจ จงอินจะหนีผมไปอีกแล้วเหรอ...





จงอินค่อยๆยื่นมือออกมากลางอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น





ยื่นมาให้ฉัน จับที่หัวใจ
เราจะต้องไป จะต้องไปด้วยกัน






ผมยิ้มกว้างก่อนวิ่งเข้าไปจับมืออีกคนแน่น จงอินคว้าผมเข้าไปกอด พร้อมจับมือผมวางไว้ที่อกข้างซ้ายของตัวเอง





“เธอได้ยินไหม ว่าต่อจากนี้ไป จะเกิดเรื่องราวอะไร จะไม่ทิ้งกัน...จะรักกันจนตาย”





จงอินกระซิบข้างหูผมพร้อมกับกระชับกอดแน่นขึ้นอีก





“จะไม่ทิ้งกัน...จะรักกันจนตาย” ผมพูดขึ้นพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับแผงอกที่อบอุ่นของจงอิน





เรื่องราวของเรามันอาจจะดูราบเรียบ อาจจะดูไม่สวยหรูอะไร
แต่แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
ไม่รู้ว่าเราจะต้องเจ็บปวดรวดร้าวแค่ไหน
แต่เราสัญญากันแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไร
เราจะยังคงรักกันจน ‘วันตาย’






จากชีวิตคนไม่มีใครคนหนึ่ง
ได้รู้ได้ซึ้งได้เข้าใจ ในความรัก
เมื่อเธอได้เดินเข้ามา

จากชีวิตคนไม่มีใครคนหนึ่ง
ได้รู้ได้ซึ้งและมีค่า
และรู้ว่าต้องอยู่เพื่อใคร

แค่มีเธอคนเดียว อะไรๆ ฉันก็ไม่ต้องการ
แค่มีเธอเท่านั้น วันเวลาจากนี้ก็มีความหมาย
แค่มีเธอคนเดียว ก็เปลี่ยนโลกนี้ไปทั้งใบ
และเปลี่ยนหัวใจฉันไปตลอดกาล

ไม่ว่าจะนานเท่าไร รักเราจะไม่มีวันตาย
ไม่ว่านานเท่าไร หัวใจจะผูกกันไว้
ไม่ว่านานเท่าไร แม้จนวันสิ้นลมหายใจ
จะรักเธอคนเดียว ได้ยินไหม
‘รักเธอไปตลอดกาล’





khhh.jpg





Talk
กรี๊ดดดดดด จบแล้วค่า จบแบบเรียบๆง่ายๆ ไม่เน้นความหวือหวาแต่อย่างใด
(ไปหวือหวากันในSpecialอีก2ตอนนะ 555555555 -.,-)
ขอบคุณรีดเดอร์ทั้งหลายมากๆเลยนะคะที่ติดตามกันมาถึงตอนสุดท้าย
อยากจะบอกว่ารักรีดเดอร์ทุกคนจริงๆค่ะ ที่ทนอ่านฟิคกากๆของเรา
แต้งกิ้วเวรี่มัชชชชชช T______________________T
#บบดค เป็นฟิคเรื่องแรกของเรา มันอาจจะดูกากไปนิด
แต่เราจะพยายามปรับปรุง พัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้อีกต่อๆไปนะคะ ♥
สุดท้ายนี้ ฝากฟิคเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยน้า
✖ Still Be FRIEND. { KaiHun ft.DoBaek }
ขอไคฮุนจงสถิตอยู่กับทุกท่านตลอดไป สาธุ 
Title : Baby, don't cry {12} Kris's Part — พยายาม
Rate : PG-13
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : O-PAVEE - พยายาม






Kris’s Part
ผมไม่อยากจะปฏิเสธตัวเองอีกแล้ว ว่าผมชอบเซฮุน ตอนนั้นผมคิดเพียงแค่ว่าจะใช้เซฮุนเป็นเครื่องมือในการฆ่าไอ้ไคก็เท่านั้น แต่ผมดันมาหลงรักซะเอง พอผมพยายามจะจัดการกับความรู้สึกหรือจัดการอะไรให้เข้าที่เข้าทาง พระเจ้าก็ดันไม่ปราณีปีศาจอย่างผม






ครับ...โอเซฮุน น้องชายต่างแม่






เตรียมดอกไม้ ที่สวยที่สุด ที่คิดว่าจะหาได้
เตรียมขนม ที่เธอชอบ เสาะหามาจากทุกๆแห่งหน
เตรียมคำร้อง ท่วงทำนองอยากจะร้องให้เธอฟัง
แหวนวงนั้น ที่เธอใฝ่ฝัน ฉันจะหามาให้เธอ







ผมพยายามดูแลเซฮุนให้ดีตลอดเวลา2ปีที่เซฮุนฟื้นจากการที่ผมเปลี่ยนเซฮุนให้เป็นแวมไพร์ เซฮุนอยากได้อะไร ผมหาให้ทุกอย่าง ผมดูแล ห่วงใย ทะนุถนอมเค้าเหมือนเป็นไข่ในหิน






ไม่เคยจะอะไรแบบนี้มาก่อน เพราะไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
แต่เพราะเธอ แต่เพราะเธอ ฉันจึงยอม







พ่อเคยบอกกับผมว่า “การมีความรักมีแต่จะทำให้ล่มจม” ผมเองก็เคยเอาคำนี้ไปพูดกับไอ้ไค แต่กลับเป็นผมเองที่ต้องมาเป็นแบบนี้ ฮะๆ ตลกตัวเอง






ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ใหม่มากสำหรับผม แต่ก็นะ...สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกเซฮุนไป






และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมซื้ออะไรมาไว้ให้เซฮุนกินที่ห้องของไอ้ไค เซฮุนอยู่ที่นี่ซักพักแล้ว ไม่ว่าผมจะพูดหรือจะถามอะไร ก็ไม่มีคำพูดแม้แต่คำเดียวหลุดออกจากปากของเซฮุน ผมมันก็สมควรโดนแบบนี้แหล่ะ แต่ผมเห็นแก่ตัวไปอย่างนั้นเหรอ...ที่อยากจะเก็บเซฮุนไว้ ที่อยากจะดูแลแบบนี้






ผมเดินไปนั่งข้างเซฮุนที่นอกระเบียง เซฮุนนั่งเหม่อมองท้องฟ้า ผมนั่งข้างเซฮุนเงียบๆโดยไม่รบกวนอะไร






ผมใจเย็นขึ้นมาก จากเดิมที่ใจร้อน วู่วาม อาจจะเป็นเพราะเซฮุน ถึงทำให้ผมใจเย็นได้ขนาดนี้






ผมเอื้อมมือไปกุมมืออีกคนไว้หลวมๆ เซฮุนหันมามองผมช้าๆ พร้อมจ้องลึกมาในดวงตาของผม ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ






“ขอบคุณมากนะ...พี่คริส ผมไม่โกรธ ไม่เกลียดพี่หรอก” เซฮุนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน






หัวใจผมพองโตขึ้นอีกครั้ง เซฮุนยอมคุยกับผมแล้ว






ผมส่งยิ้มอ่อนโยนกลับไปให้ ก่อนจะประสานมือกับเซฮุนแน่นขึ้น






“พี่คริส อย่าพยายาม อย่าพยายามอีกเลยนะ...พอแค่นี้เถอะ...”






เธอกลับบอกว่าอย่าพยายาม อย่าพยายามอีกเลย
ให้ฉันโยนทิ้งทุกอย่าง พอสักทีได้ไหม







“………….”






“พี่เป็นพี่ชายที่ดีสำหรับผมเสมอ...ไม่ว่าพี่จะพยายามแค่ไหน ผมก็รักพี่ได้แค่ฐานะพี่ชายแค่นั้น...เพราะผมรักเค้า...” เซฮุนพูดเสียงเบาก่อนค่อยๆดึงมือที่ประสานกับผมออก






เธอกลับบอกว่าอย่าพยายาม แม้ฉันจะพยายามเท่าไหร่
ทุกอย่างนั้นคือความฝัน ที่ฉันฝันไป แต่สุดท้ายเธอมองไม่เห็นฉันเลย







ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกผลักลงไปที่ก้นเหวลึก ไร้แสงสว่าง รู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองชาไปทั้งตัว และรู้สึกเจ็บที่หัวใจ...






ฉันคงต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมา ทุกอย่างที่ฉันทำก็แค่ความฝัน
ฉันแค่คิดไปเอง ฉันแค่คิดไปเอาเท่านั้น







บรรยากาศเงียบอีกครั้ง ผม...ควรจะไปจากตรงนี้ใช่มั้ย ผมควรจะปล่อยเซฮุนไปใช่มั้ย...






ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกมา...ผมทำได้แค่นี้ แค่นี้จริงๆ ผมทำได้เดินออกมา แต่ไม่อาจจะบอกให้ไอ้ไคให้กลับมาหาเซฮุนได้ ผมยังเห็นแก่ตัวอยู่...






พี่ทำให้นายได้แค่นี้เซฮุน ได้แค่นี้จริงๆ...ทั้งในฐานะพี่ชายและผู้ชายที่รักนาย






ประตูห้องค่อยๆปิดลงโดยที่ร่างสูงไม่คิดจะหันหลังกลับเข้าไปอีก





.

.

.

.
Title : Baby, don't cry {11}
Rate : PG-13
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : 진정 난 몰랐네 (Really I didn't know) - EXO Chen & Baekhyun





KAI’s part
ผมนั่งข้างเตียงมองอีกคนที่นอนหลับใต้ผ้าห่มด้วยความเหนื่อยอ่อน ผมไม่ได้ทำแค่รอบเดียว แต่กลับทำจนอีกคนหมดแรงนอนหลับไป ผมเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้อีกคนพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นสวมให้เหมือนเดิม





ไม่กล้าจะสัมผัส ไม่กล้าจะรบกวน ได้เพียงอยู่ใกล้เธอและเหม่อมอง
ได้ยินบ้างหรือเปล่า หัวใจมันร่ำร้อง ว่ามัน...มันรักเธอเพียงใด





ผมหยิบไอโฟนของอีกคนขึ้นมา พร้อมกับต่อสายหาไอ้คริสทันที ไม่นานปลายสายก็รับโทรศัพท์





“ว่าไงเซฮุน” เสียงไอ้คริสพูดมา





“เซฮุนอยู่กับกู” ผมตอบกลับไป





“ไอ้ไค มึง!!!!”





“กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูแลเซฮุนดีๆ กูเตือนมึงแล้วว่าเซฮุนเจอกู แต่ทำไมมึงยังปล่อยให้มันอยู่คนเดียว”





ใช่แล้วล่ะ...ผมรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เซฮุนออกมาจากคฤหาสน์นั่น ผมรู้ว่าเซฮุนสะกดรอยตามผม ผมจึงติดต่อไอ้คริสไป เพราะผมสัญญากับมันว่าถ้ามันเปลี่ยนเซฮุนให้เป็นแวมไพร์ ผมจะยอมแพ้และถอยห่างเอง





หลังจากบอกไอ้คริสไป ผมก็ไม่เจอเซฮุนเกือบ2อาทิตย์ แรกๆก็ใจหายอยู่ แต่สัญญาต้องเป็นสัญญา อีกอย่างผมกลัวว่าถ้าต้องเจอเซฮุนอีก ผมอาจจะไม่ยอมปล่อยมันไปแล้วก็ได้





ฝืนกายน่ะฝืนง่าย แต่ให้ฝืนใจน่ะยาก...ไม่รู้ว่าตลอดเวลา2ปี ผมฝืนตัวเองมาได้ยังไง





“ตอนนี้เซฮุนนอนหลับอยู่ มาหาที่คอนโดแล้วกัน เวลามึงมีไม่มากหรอกนะ รีบมาเอาเซฮุนไปตอนที่มันยังหลับอยู่ เพราะถ้ามันตื่นแล้ว กูไม่รับประกันอะไรทั้งนั้น”





“มึงไม่ได้กรอกหูอะไรเซฮุนไปใช่มั้ย หวังว่ามึงคงไม่ลืมสัญญา” คริสเตือนผม





“กูไม่ทำแบบนั้นหรอก กูมีสัจจะมากพอ” พูดแล้วผมก็กดตัดสายทันที แล้วก็ยัดไอโฟนลงไปในกระเป๋ากางเกงของคนที่นอนอยู่





ทำไมจะดูไม่รู้ว่าไอ้คริสมันรักเซฮุนขนาดไหน...ทั้งๆที่เซฮุนเป็นน้องสายเลือดเดียวกัน มันเองก็คงจะช็อคไม่น้อยล่ะที่รู้เรื่องนี้
ผมนั่งมองร่างโปร่งที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ผมกำลังจะเสียคนที่ผมรักไปอีกแล้วใช่มั้ย...ผมควรจะปล่อยมือเขาไปจริงๆอย่างนั้นเหรอ...ทำไมพระเจ้าถึงไม่เมตตาปีศาจร้ายอย่างผมบ้างนะ ผิดมากใช่มั้ยที่เกิดมาเป็นหมาป่าแบบนี้ ยิ่งคิดแล้วเขาก็ยิ่งเกลียดตัวเอง





ผมค่อยๆยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าที่ขาวซีดนั้นอย่างเบามือราวกับกลัวคนข้างหน้าจะแตกหักหรือบอบช้ำ





“ให้กูจำมึงไว้แค่คนเดียวก็พอ...ส่วนมึงก็ลืมกูไปเถอะเซฮุน ลืมผู้ชายคนนี้...” รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจซะดื้อๆ ผมเม้มปากเน้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาช้า กุมมืออีกฝ่ายไว้แน่น





นั่งอยู่อย่างนั้นทั้งวัน จนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาได้กลิ่น...คริสมาแล้วสินะ มาไวกว่าที่คิดไว้มาก...คงถึงเวลาที่ต้องอำลากันอีกครั้ง จงอินก้มไปจุมพิศทั่วใบหน้าของเซฮุน ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปเปิดประตูเพื่อให้คริสเข้ามา





เมื่อเปิดประตูแล้วคริสมองหน้าจงอินแค่แวบเดียว ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของจงอิน แล้วตรงดิ่งไปที่ห้องนอนทันที จงอินไม่ได้ตามไป เขาแค่ยืนพิงผนังข้างประตูเท่านั้น





เขากลัว...กลัวว่าใจตัวเองจะต้องบาดเจ็บไปมากกว่านี้





ซักพักคริสก็เดินออกมาพร้อมกับร่างเซฮุนที่หลับสนิทอยู่บนหลัง คริสเดินมาหยุดอยู่หน้าจงอินที่กอดอกยืนพิงผนังอยู่





“อย่าปล่อยมือเซฮุนอีกนะ” จงอินพูดออกไปทั้งที่ในหัวใจเจ็บจี๊ด ปวดใจ...





“มึงช่วยไปให้ไกลได้มั้ยวะไอ้ไค...ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่” คำพูดของคริสกำลังจะทำให้เขาแทบจะใจสลาย นี่เขาต้องหนีไปไกลอีกแล้วงั้นเหรอ...





“สบายใจได้ หายห่วง”





คริสที่ได้ยินจงอินรับปากจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะแบกเซฮุนเดินผ่านประตูห้องออกไป





เขาทำได้แค่มองเท่านั้น มองจนสองคนนั้นลับสายตา...ประตูห้องค่อยๆปิดลง พร้อมกับเขาที่ไร้เรี่ยวแรง ทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น





그토록 사랑하던 그 사람...잃어버리고
เมื่อคนรักของฉัน คนที่ฉันรักมาก...ได้เดินจากไป
타오르는 내 마음만 흐느껴 우네
ฉันได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญ กอบกุมหัวใจอันปวดร้าวไว้






น้ำตาของผมกำลังไหล...น้ำตาของลูกผู้ชายที่รักคนที่รักมากๆ...ผมควรไปให้ไกลจากที่นี่...





คุกเข่าร้องไห้เงียบซักพัก ก็ล้วงไอโฟนขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนรักของเขาทันที





“เทา...เดี๋ยวกูย้ายไปอยู่กับมึงที่จีนนะ”





ผมตัดสินใจแล้ว...คิมจงอินเลือกแล้ว ลาก่อน...โอเซฮุน




.


.


.


Sehun’s Part


ผมรู้สึกตัวก่อนจะค่อยๆขยับตัวบิดขี้เกียจไปมาทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ไม่รู้ว่าตัวเองนอนไปนานแค่ไหน แล้วจงอินอยู่เฝ้าเขามั้ยนะ





คิดอย่างนั้นก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ให้สายตาปรับกับแสง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเพดานที่เขาเห็นไม่ใช่เพดานห้องของจงอินแต่เป็นเพดานที่คฤหาสน์ของเขาเอง





หันไปข้างเตียงก็เจอคริสนั่งเฝ้าอยู่ เลยเด้งตัวขึ้นหลังติดกับหัวเตียงทันที





“ไงเซฮุน หลับสบายมั้ย นอนไปเกือบ2วันเลยนะเรา” คริสพูดขึ้น





นี่เขาหลับไป2วันเลยเหรอ...แล้วจงอินล่ะ จงอินอยู่ที่ไหน





“จงอินอยู่ไหน แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง” สรรพนามเปลี่ยนไปตั้งแต่ความทรงจำกลับคืนมา





“จงอินคือใครงั้นเหรอ ใช่คนที่พานายมาคฤหาสน์วันนั้นรึเปล่า” คริสโกหก





“ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก เสียใจด้วยนะที่ความทรงจำฉันกลับมาแล้ว” ผมพูดออกไปแบบนั้น สีหน้าคริสเปลี่ยนไปนิดหน่อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติตามเดิม





“เสแร้งอะไรกันเซฮุน ทำพูดกับพี่แบบนี้ เป็นเด็กดื้อใหญ่แล้วนะ” คริสยิ้มก่อนจะจับมือของผม ผมรีบสะบัดออกทันที





ไอ้ไคไม่ได้บอกเขาว่าความทรงจำของเซฮุนกลับมาแล้ว แล้วเซฮุนจำเรื่องทุกอย่างได้ยังไงล่ะ คริสคิดในใจ





ผมลุกขึ้น วิ่งลงไปห้องโถงชั้นล่างก็เจอชายผู้เป็นพ่อนั่งอ่านหนังสือที่โซฟา เมื่อเขารู้ว่าเซฮุนเข้ามา เขาจึงเงยหน้าจากหนังสือมาพูดกับเซฮุน





“ไงลูกชายตัวร้าย ฟื้นแล้วเหรอ ไปหนีเที่ยวที่ไหนมา”





“คุณทิ้งผมกับแม่ให้อยู่กันสองคนมา16ปี คุณรู้สึกยังไงบ้างล่ะ” ผมถามผู้ชายที่ได้ชื่อว่าพ่อออกไป





“ถ้าพ่อไม่ทิ้งแกกับแม่ไว้ แกคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้หรอกเซฮุน รู้ไหมทำไมแม่ถึงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราแบบนั้น เพราะแม่ของคริสยังไงล่ะ...พ่อฆ่าผู้หญิงคนนั้นไปแล้วกับมือ คริสเองก็เข้าใจและรับเราเป็นน้องแล้ว เลิกทำตัวเป็นเด็กๆเถอะ การมีความรักมีแต่จะทำให้ล่มจม”





ผมน้ำตาไหลออกมา มือกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ





“ถ้าคุณบอกความรักมีแต่จะทำให้ล่มจม แล้วคุณจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นทำไม...แล้วคุณมารักแม่ของผมทำไม!” ผมตะโกนเสียงดังทั้งน้ำตา คริสเดินมากอดผมไว้จากด้านหลังยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักเข้าไปอีก





ผมหันไปกอดตอบคริส ซุกหน้ากับแผงอกนั้น ร้องไห้เสียงดัง





คริสสูงประมาณจงอิน มันยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักขึ้นอีก ผมคิดถึงเค้า...





“คริสน่ะเปลี่ยนแม่ไม่ได้หรอกนะ เธออ่อนแอเกินไป ถ้าเปลี่ยนเธอมันจะทำให้เธอตาย ไม่อย่างนั้น...พ่อก็ตัดสินใจเปลี่ยนเธอตั้งแต่เธอป่วยแล้ว เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ต่างกับลูกนะเซฮุน แกเป็นลูกครึ่งแวมไพร์” พ่อพูดก่อนเดินออกจากห้องโถงไป





คริสลูบหัวเซฮุนเบาๆก่อพูดออกมา “พี่รักเซฮุนในฐานะน้องชายคนหนึ่งมา2ปีแล้ว พี่คอยดูแลเราตลอด...แต่พี่ก็รักนายในฐานะผู้ชายคนหนึ่งมา2ปีกว่าๆแล้วเหมือนกัน...”





คำพูดของคริสยิ่งทำให้เซฮุนร้องไห้เสียงดังมากขึ้น คริสเองก็คอยลูบหัวปลอบเซฮุนอยู่อย่างนั้น





รู้ดีว่ารักนี้เป็นไปไม่ได้แต่ก็ขอดูแลตลอดไป...คริสยอมปล่อยเซฮุนไม่ได้จริงๆ จะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็คงใช่




.

.

.


ผมซึมทันทีจากวันที่ฟื้นขึ้นมา ทั้งไม่ยอมกินข้าว ทั้งเหม่อลอย จนดูโทรมไปกว่าเดิมมาก ทุกๆวันผมจะเอาแต่นั่งที่พื้นหญ้าในสวน มองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้น แทบจะทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ลุกไปไหนเลย





คงถึงเวลาแล้วที่ผมต้องตามหาจงอินอีกครั้ง แต่พอผมกำลังจะออกจากคฤหาสน์คริสก็มายืนขวางไว้





“จะไปไหนน่ะ”





“หลีกไป จะไปหาจงอิน” ผมตอบไปตามตรง





“ไม่ให้ไป” คริสพูดพร้อมกางมือ





ผมพยายามผลักคริสให้หลบทางแต่คริสมีแรงเยอะกว่า นั่นทำให้ผมทำอะไรแทบไม่ได้เลย





“บอกให้หลีกไปไง!” ผมทุบกำปั้นแรงๆไปตามตัวของคริส





ยื้อกันไปมาอย่างนั้นจนคริสใช้สองมือจับไหล่ของผมพร้อมดึงตัวเข้าไป จ...จูบ





ผมเบิกตากว้าง พยายามดิ้นตัวให้หลุดออกจากคริส แต่คริสยิ่งจับผมแน่นขึ้น





ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักคริสจนกระเด็นไปไกล ก่อนตะโกนออกมาดังๆแล้ววิ่งออกจากคฤหาสน์ทันที





“ฉันเกลียดนาย!”




.

.

.

ผมมาถึงหน้าห้องของจงอิน สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเคาะประตู





ก๊อกๆๆๆ!





เงียบ...ไร้เสียงตอบรับ ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าอะไร ผมจึงลองเคาะอีกครั้งและอีกครั้ง น้ำตาก็เริ่มซึมออกมา





เมื่อเคาะไม่ได้ผล ผมจึงใช้แรงพังประตูเข้าไปเบาๆไม่ให้เกิดเสียง





ในห้องของจงอินมีเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเหมือนเดิม กลิ่นของจงอินยังคงอบอวล กลิ่นที่ผมคุ้นเคย กลิ่นที่ผมโหยหา





ผมเดินเข้าไปในห้องนอนจงอินก็พบกลับความว่างเปล่า จงอินไม่ได้อยู่ในนี้ เขาไปไหนของเขากันนะ





ผมเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าใหญ่ของจงอิน มือค่อยๆเอื้อมไปเปิดดู





ไม่มีเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว...น้ำตาผมร่วงเผลาะลงมาทันที สองเท้าค่อยๆก้าวถอยหลังจนล้มลงนอนกับเตียง





ผมนอนร้องไห้เสียงดัง มือคว้าเอาหมอนที่มีกลิ่นของจงอินมากอดอย่างโหยหา





그토록 믿어왔던 그 사람 돌아설 줄이야
คนที่ผมเชื่อใจกับความรักของเธอ กลับทิ้งผมไปแล้วจริงๆ
예전에는 몰랐었네 진정난 몰랐네
ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเธอจะจากผมไป ไม่เคยรู้เลย






ผมพยายามตามหาจงอิน แต่ก็ไร้วี่แวว ทั้งที่โรงเรียน โรงพยายาบาล บ้านของผม มหา’ลัยอีก ผมยังคงทำอย่างนั้นในทุกๆวัน...ทั้งที่ด้านนอกไม่มีกลิ่นของจงอินเลย...





ผมอยู่ที่ห้องจงอิน เพราะหวังว่าจงอินจะกลับมา...





คริสเองก็แวะมาหาผมที่ห้องจงอินทุกวัน เขาไม่พูดอะไรหรอก เขาแค่เอาข้าวมาวางให้บนโต๊ะ พร้อมถามผม2-3ประโยค แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่หลุดออกจากปากผมอยู่ดี ข้าวที่คริสเอาให้ผมก็กินบ้าง ไม่กินบ้าง





ทุกๆวันผมทำหน้าที่ตามหาจงอินตามสถานที่ต่างๆ ก่อนกลับเข้าห้องเท่านั้น แต่วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยล้าเกินทน เลยเดินทอดน่องไปตามทางเดินในสวนสาธารณะที่มีแนวต้นไม้ยาว





ลมพัดมาเบาๆกับแสงแดดอ่อนๆ แล้วผมก็ได้ยินเสียงคนผิวปากเหมือนกับที่จงอินเคยผิวตอนที่เรียนอยู่ด้วยกันลอยมาตามลม





누구인가 불어주는 휘파람 소리
เสียงผิวปากแผ่วเบาที่ผมได้ยิน
행여나 찾아줄까 그 님이 아니올까
บางทีอาจจะเป็นเธอหรือเปล่านะ? เธอจะหวนกลับมาใช่มั้ย?






แต่พอตามเสียงนั้นไปก็กลับไม่ใช่จงอิน...





기다리는 마음 허무해라
ผมพบว่าตัวผมกำลังเฝ้ารอเธออย่างน่าสมเพช






To Be Continued







TALK
กรี๊ดดดดดดดดด แต่งได้โศกที่สุดในสามโลกอ่ะ
ใช้เวลาแต่งนานมาก ยิ่งดราม่ายิ่งต้องสร้างอารมณ์เยอะ
นี่พยายามฟังเพลงจนซึมเศร้าไปแล้ว
แล้วอีกสาเหตุนึงที่ซึมก็คือ พรุ่งนี้เปิเทอมค่า!
เรียน9โมงครึ่งค่า เที่ยงคืนเป๊ะยังนั่งปั่นฟิคอยู่
ถถถถถถถ ชีวิตลำบากสุด กิจกรรมเยอะอีกต่างหาก
เค้าขอโทษน้าที่วันนี้ลงช้า T__________T
อย่าโกรธเค้านะรีดเดอร์ที่รัก ฝันดราม่าค่า
ปล. ชื่อเรื่องว่า BABY,Don’t cry แต่cryกันทั้งเรื่องเลย
Title : Baby, don't cry {10}
Rate : PG-15
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : Infinite - destiny





ไคพาผมมาที่ห้อง พอเปิดประตูได้ ร่างหนาก็ดันผมเข้าไปข้างใน พร้อมล็อกประตูห้องทันที





“ไปนั่งที่โซฟาสิ” ไคพูดพร้อมดันหลังผมเดินเข้าไป





ห้องนี้กว้างมากในระดับนึง มีมุมนั่งเล่นที่มีโซฟา ทีวี เครื่องเสียง โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่วางคอมพิวเตอร์ราคาแพงเอาไว้ มีมุมห้องครัว ที่มีโต๊ะกินข้าวขนาดกลางตั้งอยู่ มีห้องน้ำ และมีห้องอีกห้องที่ผมเดาว่าคงเป็นห้องนอน





ไม่ได้กวาดสายตามองจนน่าเกลียด เพราะตาไวอยู่แล้ว ตวัดดูแปบเดียวก็รู้ว่าอะไรอยู่มุมไหน





ไคดันไหล่ผมให้นั่งลงบนโซฟาตัวกว้าง พร้อมกับตัวเขาที่นั่งลงบนโต๊ะด้านหน้า พร้อมจ้องลึกลงมาในดวงตาของผม





“ตามฉันมาทำไม” ไคถามขึ้น





“ก็...อย่างที่บอกไป เราอาจจะเคย..” ตอบยังไม่ทันจบประโยค ไคก็แทรกขึ้นมา





“ฉันไม่เคยรู้จักนาย” ไคตอบเสียงเรียบ





“แต่ฉัน...”





“ถ้าเหตุผลมีแค่นี้ มันเสียเวลาของฉันมาก”





“แต่แบคฮยอนบอกว่าเราเคยรู้จักกัน!” ผมพูดเสียงดังขึ้นมาทันที ให้ตายเหอะ ไอ้มนุษย์ผู้ชายข้างหน้าคิดจะฟังผมบ้างมั้ย





“........”





“ฉันจำอะไรไม่ได้หรอกนะ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชีวิตก่อนหน้า2ปีที่แล้วมันเป็นยังไง ฟื้นขึ้นมาก็อยู่แต่ในคฤหาสน์ใหญ่ๆนั่น มีแต่ฝันถึงเหตุการณ์บ้าๆที่เหมือนจริงซะจนแยกไม่ออก ชีวิตมีแต่พ่อกับพี่ชายที่ไม่เคยเล่าอะไรเลย ไม่เคยปล่อยให้ออกไปไหน นายจะคิดว่ายังไงล่ะ!”





ไคได้ยินก็นิ่งไป เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่





“ถ้าในฝันของฉันมันไม่ใช่นายก็คงจะดีหรอกนะ ถ้าวันที่ฉันหนีจากคฤหาสน์ออกมาเที่ยว ไม่ต้องเจอนายก็คงจะดี ถ้าฉันลืมทุกๆอย่างไปแบบสนิทเลย มันก็คงจะดีกว่านี้ ! มีแต่ความฝันบ้าๆที่ตามหลอกหลอน มีแต่ภาพอะไรไม่รู้แว๊บเข้ามาในหัวเต็มไปหมด”





ไคมองหน้าผมด้วยสีหน้าเฉยชาโดยที่ไม่ตอบอะไรกลับมา





“นี่นายไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเลยเหรอไง” ผมเริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ ทำไมถึงนิ่งเฉยได้ขนาดนี้





“ฉันเกลียดแวมไพร์”





!!!!!! ไครู้ได้ยังไงว่าผมเป็นแวมไพร์ หรือในฝันจะเป็นความจริง...





“และฉันเองก็คือสิ่งมีชีวิตที่เผ่าพันธุ์แกเกลียดที่สุด...หมาป่ายังไงล่ะ” ไคแสยะยิ้ม





“…………”





“รู้แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ แล้วก็...ไสหัวออกไปได้แล้ว ไม่ว่าเรื่องของฉันกับแกเมื่อก่อนจะเป็นยังไง อยากรู้ก็ไปหาคำตอบเอาเอง ไม่ต้องมาพึ่งฉัน” ไคพูดจาแข็งกร้าวพร้อมจ้องหน้าผมเอาเรื่อง





ผมนิ่งไปซักพักก็ยอมลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากที่นั่น





พี่คริสเคยบอกว่าแวมไพร์กับหมาป่าไม่เคยเป็นเพื่อนกันได้...ตระกูลของเราเป็นศัตรูกับหมาป่ามาช้านาน แต่ไม่เคยสู้กันมาเกือบร้อยปีแล้ว เพราะบ้านเมืองที่เจริญยิ่งขึ้น การปกปิดตัวตนมันจะปลอดภัยกว่า





ผมเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยไปตามทางเรื่อยๆ นี่แกควรเลิกตามหาคำตอบบ้าๆพวกนี้ได้แล้วโอเซฮุน





ผมเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้วนะ ตี2หรือตี3 ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ





ผมเดินเข้าไปในแหล่งที่คนพลุกพล่านอีกครั้ง ผู้คนจับจ่ายซื้อของ ทั้งสด ทั้งสำเร็จรูป นี่คงเรียกว่าตลาดสินะ





ป้าคนนึงมองผมพร้อมยิ้มกว้างให้ เธอเดินเข้ามาหาผมก่อนพูดว่า “หนูเซฮุน เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหมคะ ตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับพ่อแล้วไม่เห็นกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างเลยนะ”





“ครับ?” ผมตอบไปอย่างงงๆ





“โตขึ้นเยอะเลย หล่อขึ้นด้วยนะเนี่ย กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างสิ”





“ครับ? ป้าพูดเรื่องอะไร?” ผมถามออกไป





“โอ้ตายจริง ลืมไปเลยว่าหนูเซฮุนความจำเสื่อม กลับบ้านกับป้ามั้ยจ๊ะ วันนี้ป้าจะเข้าไปทำความสะอาดบ้านให้เซฮุนไง”





ผมขมวดคิ้ว แต่ก็ตอบตกลงไป หวังว่าจะได้อะไรเพิ่มเติมจากเดิมบ้าง





เดินฟังป้าพูดเรื่องเก่าๆไม่นานก็มาหยุดอยู่บ้านขนาดย่อมหลังหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยมาก ป้าบอกผมเหมือนที่แบคฮยอนบอกเป๊ะ ว่าผมประสบอุบัติเหตุหัวกระแทกพื้นจนความจำเสื่อม จากนั้นพ่อจึงมารับผมไปอยู่ด้วย





พอเข้ามาในตัวบ้านป้าก็ขอตัวไปทำความสะอาด ผมเองก็เดินสำรวจไปทั่วเจอรูปมากมายที่ติดตามผนังหรือวางโชว์ที่ชั้นล่าง ผู้หญิงคนนี้...เป็นแม่ของผม ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยนะ แล้วเธอก็ดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป นี่เหรอเหตุผลที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ เป็นแวมไพร์ที่มีเลือดเนื้อ มีความต้องการเหมือนมนุษย์





แล้วทำไมไม่มีใครคิดจะพูดถึงแม่เลยล่ะ ทั้งพ่อทั้งพี่คริสก็ต่างเงียบ





“ป้าครับ...ผู้หญิงคนนี้...เอ่อ แม่ของผมเธออยู่ที่ไหนเหรอครับ?” ผมถามป้าที่กำลังกวาดพื้นอยู่





“คุณนายเธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาลไงจ๊ะ นี่หนูเซฮุนไม่ได้ไปเยี่ยมแม่เลยเหรอ” ได้ยินอย่างนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกปวดหัวอีกครั้ง จึงเลี่ยงป้า เดินไปชั้นบนของบ้าน





ผมเลือกเปิดประตูที่มีป้ายแขวนหน้าห้องว่า “ห้องของเซฮุน”





ห้องนี้ก็เหมือนห้องนอนทั่วไป ผมเดินสำรวจหยิบของนู่นนี่ขึ้นมาดู ร่างกายเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่ขึ้นมาบ้างแล้ว รู้สึกเหมือนเคยอยู่ที่นี่จริงๆ ผมล้มลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยๆ ที่นี่รู้สึกอบอุ่นกว่าคฤหาสน์นั่นตั้งเยอะ...แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ ไหนจะเรื่องของแม่ผมอีกล่ะ





ผมควรลงไปหาป้าแม่บ้าน ให้เขาพาไปหาแม่ที่โรงพยาบาลนะ คิดได้ก็ลุกขึ้นจะเดินออกจากห้องนอน แต่ตาดันไปเตะกับแสงเงินๆที่ลอดออกมาจากลิ้นชักข้างเตียงซะก่อน





ผมเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักช้าๆ ก็เจอมีดเงินที่มีคราบเลือดวางอยู่ ผมค่อยๆยื่นมือไปหยิบช้าๆ แต่พอมีดเงินนั้นอยู่ในมือก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นเข้ามาในร่างกาย จนต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น





ภาพทรงจำทุกอย่างไหลย้อนเข้ามา เหตุการณ์ทุกอย่างปรากฏให้เห็นชัดเจนในสมอง เคยมีความสุขยังไง เคยมีความทุกข์ใจแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแม่ เรื่องจงอิน และเรื่องข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับคริส...
ความเจ็บปวดตอนเอามีดเงินเล่มนี้แทงเข้าที่อกด้านซ้ายของตัวเอง ภาพของคริสที่กัดแขนผมเพื่อที่จะเปลี่ยนผมเป็นแวมไพร์ รอยยิ้มอ่อนโยนของจงอินที่ผมเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ความทรงจำทุกอย่างของผมกลับมาแล้ว!!





ผมกำมีดเงินในมือไว้แน่น ก่อนออกแรงวิ่งออกไปทันที ผมต้องไปหาแม่ ผมอยากรู้ว่าแม่เป็นยังไงบ้าง...





วิ่งมาด้วยความเร็วจนถึงโรงพยาบาล เพราะเป็นช่วงเช้ามืด จึงไม่ค่อยมีคน ผมรีบวิ่งไปที่ห้องพักผู้ป่วยของแม่ทันที





พอถึงหน้าห้องก็เปิดประตูพรวดเข้าไป ก่อนพุ่งไปหาแม่ที่เตียง





แม่ยังอยู่...คริสยังไม่ได้เปลี่ยนแม่ มันไม่ทำตามสัญญา...แต่จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าจงอินตั้งแต่แรกเอง





ผมก้มลงกอดแม่พร้อมจับมือแม่ไว้แน่น ความรู้สึกที่ผ่านมา2ปีเหมือนโดนปลดปล่อยในวันนี้ ปล่อยน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อาย






คิดถึงแม่...คิดถึงจงอินเหลือเกิน...





“แม่ครับผมกลับมาแล้ว...ลูกชายของแม่กลับมาแล้วนะ” ผมกระชับอ้อมกอดแน่น





กอดแม่อยู่นานในใจก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องไปหาจงอิน แล้วสองเท้าก็ออกวิ่งอีกครั้ง





.
.
.
.

พอไปถึงหน้าห้องจงอินผมก็ลงมือทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง สองมือของผมทั้งทุบทั้งเคาะอยู่อย่างนั้น จนประตูเปิดออกผมก็พุ่งตัวเข้าไปกอดคนด้านหน้าทันที





จงอินผงะ ก่อนค่อยๆก้าวถอยหลังเข้าห้องโดยมีผมที่กอดแน่นเดินตามมาด้วย แล้วประตูห้องก็ค่อยๆปิดลง





“จงอิน...มึงคิดถึงกูบ้างมั้ย...” น้ำตาผมค่อยๆไหลลงอีกครั้ง





“พูดอะไรวะ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง บอกให้ไสหัวไปซะ” จงอินพูดเสียงดังพร้อมดันตัวผมออก ก่อนจะหันหลังทำท่าจะเดินหนีไป





이대로 떠나지마 내 앞에서 마지막 가는 뒷모습을 보이지는 마
อย่าทิ้งผมไปแบบนี้ อย่าให้ผมเห็นแผ่นหลังของคุณเป็นครั้งสุดท้าย






ผมพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว ผมรู้แล้วว่าจงอินจะทรมานขนาดไหนตอนที่เราไม่เจอหน้ากัน มันคงไม่รู้หรอกกว่าความทรงจำผมกลับมาแล้ว





จงอินอาจจะเกลียดผมแล้ว ที่ผมทิ้งมันไว้กับความทรงจำที่แสนเจ็บปวดนั้น โดยที่ตัวผมจำอะไรไม่ได้เลย





떠나지마 돌아서지마 이대로 보낼 수 없어
อย่าทิ้งผมไป อย่าหันหลังจากกันไป ผมปล่อยคุณไปไม่ได้





ผมวิ่งเข้าไปกอดจงอินจากด้านหลัง ซบหน้าที่เปื้อนน้ำตาไว้กับแผ่นหลังกว้างนั้น ก่อนจะเริ่มร้องไห้งอแงอย่างไม่อาย





จงอินพยายามแกะมือผมออกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “ชีวิตที่ไม่มีมึง กูก็มีความสุขดีอยู่แล้ว จะกลับเข้ามาทำให้วุ่นวายทำไม”





두 번 다신 볼 수 없단 말 하지마 내가 잘할게 놓지 않을게 니 곁에 있는 날
อย่าพูดว่าคุณมีความสุขแม้จะไม่มีผม ผมจะดีต่อคุณ จะไม่ยอมสูญเสียคุณไป
อีก





“ได้โปรด...จงอิน...ได้โปรดอย่าเย็นชาใส่กูอีกเลย กูจำทุกอย่างได้แล้ว อย่าผลักไสกูเลย...”





แต่จงอินไม่ฟังยังคงพยายามแกะมือของผมออก





“พูดให้ได้ยินอีกได้มั้ยจงอิน...บอกว่ารักกูมากๆได้มั้ย” ผมพูดประโยคนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ประโยคที่ผมพูดก่อนจะแทงมีดเล่มนั้นเข้าที่อกข้างซ้าย





เปลี่ยนใจได้ไหม ไม่อยากเสียเธอไป อยากให้เธอมองหน้าฉันก่อน
อย่าบอกเลิกกัน อย่าจากฉันไป ไม่รักกันอีกต่อจากนี้






แล้วมันก็ได้ผล จงอินหยุดแกะมือผมแล้ว แต่ผมกลับค่อยๆคลายมือออกแล้วค่อยๆเดินถอยหลังออกมาช้าๆ ทำให้จงอินหันมามองผมทันที





ผมหยิบมีดเงินที่ผมเหน็บไว้ด้านหลังกางเกงออกมา จงอินเห็นแล้วก็ทำท่าตกใจมาก ผมค่อยๆยิ้มบางๆให้อีกคน





“มึงว่าเรื่องนี้ควรจะจบแบบไหน...กูต้องฆ่ามึงรึเปล่า...หรือกูต้องลงมือฆ่าตัวเองอีกครั้ง...” ผมยกมีดเงินเล่มนั้นขึ้นมา ก่อนตวัดสายตามองจงอิน





จงอินยังคงนิ่งอยู่ เหมือนพยายามเก็บอาการทุกอย่างไว้





เมื่อไม่ได้ผลก็คงต้องมีเสียเลือดเสียเนื้อกันล่ะนะ ผมเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง แต่จงอินไวกว่า พุ่งตัวเข้ามาบีบข้อมือผมจนต้องปล่อยมีดในมือทิ้งไป





จงอินมองตาผมก่อนจะคว้าตัวผมไปกอดแน่น ทำให้น้ำตาผมไหลลงมาอีกครั้ง





“ฮึก...” ผมสะอื้นราวกับเด็กๆ โดยที่มือหนาของอีกคนค่อยๆลูบหัวผมเบาๆ





“อย่าทำแบบนี้อีกจงอิน...อย่าทำแบบนี้ อย่าไล่กันไป อย่าทำตัวเย็นชาใส่กู กูเจ็บ...กูขอโทษที่หายไป กูกลับมาแล้ว ยกโทษให้กูนะ...อย่ารังเกียจแวมไพร์อย่างกูเลย กูยังมีเลือดเนื้อ กูยังมีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่นะ...” ผมพูดไปทั้งน้ำตา ซุกหน้ากับแผงอกแกร่งของอีกคน





“กูทำไม่ได้เซฮุน...มันมีอะไรที่มากกว่านั้นที่มึงไม่เข้าใจ กลับไปเถอะ...ไปจากชีวิตกู เรื่องนี้กูขอแบกรับมันไว้คนเดียวเถอะนะ”





จงอินกำลังจะปล่อยผมออกจากอ้อมกอด ผมเริ่มจะงอแงอีกครั้ง เลยทำให้จงอินกอดผมไว้เหมือนเดิม





ผมไม่รู้ว่าหลังจากตอนนี้มันจะเป็นยังไง คริสกับพ่อต้องการอะไร...แล้วคริสเป็นพี่ชายของผมจริงๆงั้นเหรอ...ผมไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง





ผมเงยหน้าขึ้นไปมองจงอิน ก่อนจะค่อยๆขยับเข้าไปจูบอีกคนช้าๆ จงอินเองก็จูบตอบผมเช่นกัน เราแลกจูบกันอยู่อย่างนั้นโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเราสองคนล้มตัวนอนกันบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่





รู้แค่ว่าตอนนี้ผมต้องการแค่ผู้ชายคนนี้...คนที่คร่อมผมไว้พร้อมมอบจูบแสนหวานให้ผมเท่านั้น แล้วบทเพลงรักบนเตียงใหญ่ก็เริ่มบรรเลงขึ้น โดยมีร่างหนาคอยบังคับจังหวะ กับท่วงทำนองแสนหวานที่ออกจากปากของร่างโปร่งด้านล่าง





To Be Continue





TALK
โฮรรรร ตอนนี้ 04.03 น. 19/10/13 ค่า
ไรท์เตอร์พยายามที่จะดั้นด้นนั่งแต่งหลังแข็งในword
นี่ตี4น่ะ แงงงง T_____________T
ตอนแรกว่าจะแต่งnc
แต่นี่ไม่ไหวจริงๆ สมองไม่แล่นเลยค้า
ยังไงก็เอาไปอ่านแค่นี้ก่อนเนาะ แหะๆๆ = =
วันจันทร์ มช. จะเปิดเทอมแล้วอ่ะ แงงงงงงงงง
จะพยายามมาอัพบ่อยๆนะคะ
รักคนอ่านทุกคนนะคะ ♥
Title : Baby, don't cry {9}
Rate : PG-15
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : Electroboyz - Ma Boy 3 (feat. Nana After School)






หลังจากวันที่ผมหนีออกไปวันนั้น พ่อกับพี่คริสก็ไม่ออกไปข้างนอกคฤหาสน์อีก นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ผมว่าบางทีพ่อกับพี่คริสคงจะได้กลิ่นผมแน่ๆ ทำไมถึงซวยอย่างนี้นะ







난 오늘도 니 생각뿐
วันนี้ฉันเอาแต่คิดถึงเรื่องคุณทั้งวัน








วันทั้งวันผมเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องผู้ชายคนนั้น นึกถึงในความฝัน นึกถึงใบหน้าที่เฉยชารวมถึงดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้น นึกถึงกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างประหลาดนั่น







잠이 오질 않아 보고싶단말야
ฉันคิดถึงคุณจนไม่สามารถข่มตาให้หลับได้








มันน่าแปลกที่ผมข่มตาหลับไม่ลง ผมเป็นแวมไพร์แต่ก็ต้องการพักผ่อนเหมือนมนุษย์ ผมเคยอิจฉาพี่คริสกับพ่อที่ไม่ต้องนอนหลับ แต่วันนี้ผมคงต้องกลับคำพูดซะแล้วสิ ผมคิดถึงผู้ชายคนนั้น...ผู้ชายที่ชื่อ ไค ผมอยากฝันถึงเค้าอีก...







날 따스하게 꽉 안아줄래
อ้อมแขนที่อบอุ่นของคุณจะกอดฉันได้ไหม







จากที่ชอบเหม่ออยู่แล้ว ก็กลับเหม่อมากกว่าเดิม นั่งมองท้องฟ้าได้ทั้งวันโดยที่ไม่เบื่อเลยซักนิด ผมคิดถึงอ้อมกอดนั้นจัง...เซฮุน ทำไมฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้วะ







Oh Ma boy
โอ้ ที่รักของฉัน
널 정말 사랑해
ฉันรักคุณจริงๆ








“นี่พ่อกับพี่คริสไม่คิดจะออกไปข้างนอกเลยเหรอ?” หยอดถามตอนนั่งอยู่ในห้องโถงกลางของคฤหาสน์







พ่อกับพี่คริสเงยหน้าจากหนังสือที่อ่านคนละเล่ม จ้องมองผมด้วยสายตาอ่านยาก







“ไม่ล่ะ...แมวไม่อยู่ เดี๋ยวหนูร่าเริง” พี่คริสตอบหน้าตายก่อนก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อ







นั่นไง!!! ว่าแล้วเชียว พ่อกับพี่คริสรู้เรื่องที่ผมไปข้างนอกจริงๆ โอ๊ย...ทำยังไงดีวะ อยากออกไปข้างนอก...อยากออกไปหาไค นี่ผมใจเหี่ยวยิ่งกว่าดอกไม้ในสวนอีกนะเนี่ย







ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนร่างกายสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ได้เจอหน้า...ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นขนาดนี้ตั้งแต่ที่ได้กลิ่น...หรือแม่งจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กของผม? ผมควรจะเสี่ยงไปถามพี่คริสดีมั๊ย?







คิดไปก็ได้ตอบว่าไม่ ขืนไปถามโดนจ้วงเละแน่ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรพี่คริสก็รู้ทันผมหมดนั่นแหล่ะ




.
.
.

และแล้วสวรรค์ก็มาโปรดผม หลังจากที่ทนแห้งเหี่ยวมาเกือบ2อาทิตย์







“พ่อกับคริสจะไปหาอาที่อเมริกาอาทิตย์กว่าๆ อย่าดื้อ อย่าซนล่ะ เรื่องอาหารการกิน คริสมันจัดการหมดแล้ว อยู่ในครัว” พ่อสั่งลาผม







“อย่าดื้อ เข้าใจมั้ยเซฮุน” พี่คริสย้ำอีกทีพร้อมขยี้หัวผมเบาๆ







“ทราบแล้วครับ” ตอบส่งๆ...







พ่อกับพี่คริสออกจากคฤหาสน์ไปแล้ว พวกเขาเลือกเดินทางกลางคืน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นจุดสังเกตจากมนุษย์







“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ” ผมหัวเราะเหมือนคนเสียสติ อิสระมาแล้ว คืนนี้คงฝันดีแน่ๆ







ก่อนนอนก็ไม่ลืมที่จะเดินไปดูท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ระเบียง คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ผมจ้องมองมันอยู่ซักพักก็มีภาพแว๊บเข้ามาในหัว






ภาพหมาป่าสีน้ำตาลตัวใหญ่กำลังเดินมาทางผม ดวงตาของมันดูเฉยชา ทว่ากลับดูคุ้นเหลือเกิน







โอ๊ย!!! อยู่ๆก็ปวดหัวจนต้องทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ในหัวพยายามคิด คิดถึงภาพเหตุการณ์นั้น แต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งรู้สึกปวดหัวมากกว่าเดิม จึงล้มเลิกความตั้งใจ ไปล้มตัวนอนบนเตียงใหญ่






.
.
.
.

วันนี้ผมตื่นเช้ามาก ประมาณ7โมงก็รีบชำระร่างกายหาอะไรยัดใส่ท้องก่อนออกไปด้านนอก







วันนี้อากาศดี มีแสงแดดอ่อนๆ ลมพัดเบาๆ ผมเดินทอดน่องไปตามทางเรื่อยๆ คิดว่าจะไปดักรอผู้ชายคนนั้นที่มหา’ลัยนั้นเหมือนเดิม เพราะผมเองก็ไม่รู้จะไปตามหาเค้าที่ไหน






ผมเดินเข้าไปในมหา’ลัย เดินไปเรื่อยๆก็เจอสวนหย่อมที่มีม้านั่งอยู่ ไปนั่งรอเพลินๆตรงนั้นดีกว่า







สายมาหน่อยก็เริ่มมีคนเดินไปมาพลุกพล่านมากขึ้น ผมยิ้มให้ทุกคน แปลกที่คนเดินผ่านไปมามักจะมองผมด้วยสายตาที่เหมือนผมเป็นตัวประหลาด จนต้องก้มมองตัวเอง







“ก็ไม่แปลกนี่หว่า แต่งตัวก็ปกติ หน้าตาก็ปกติ” ผมพึมพำกับตัวเองเบา







เงยหน้าขึ้นมาก็สะดุ้งนิดหน่อย เพราะด้านหน้ามีคนตัวเล็ก ไม่สูงมาก ผิวขาวซีด ตาเล็กๆตี่ๆ ริมฝีปากบางอมชมพูยืนอยู่







“.......?” ผมจ้องมองเค้าอย่างงๆ ก่อนค่อยๆยิ้มให้







“เซฮุน...เซฮุนใช่มั้ย” คนตัวเล็กพูดขึ้น







“เอ่อ...ใช่ ผมเซฮุน” หมอนี่รู้จักชื่อตูได้ไงฟะ คิดในใจแล้วก็ขมวดคิ้วเป็นปม -*-







พอคนตัวเล็กด้านหน้าได้ยิน ก็ยิ้มกว้างพร้อมพุ่งตัวเข้ามากอดผมแน่น







“คิดถึงงงงงงงง จำกันได้ป่ะเนี่ย แบคฮยอนไง” คนตัวเล็กคลายอ้อมกอด นั่งลงที่นั่งข้างๆ จ้องผมตาแป๋ว







“เอ่อ...จำไม่ได้อ่ะ...” ผมตอบไปตามความจริง ผมจำคนด้านหน้าไม่ได้จริงๆ







“อย่างนี้ข่าวลือก็เป็นจริงน่ะสิ ที่นายประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อมจนต้องลาออกจากโรงเรียนไป”







ได้ยินอย่างนั้นผมยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม พร้อมทำหน้างง มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด







“เซฮุนได้เรียนบ้างรึเปล่า หรือว่าไม่ได้เรียนแล้ว? ดีใจจังเลยน้า ได้เจอเซฮุนอีกครั้งน่ะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม แล้ววันนี้มาทำอะไรที่นี่ มาสมัครเรียนเหรอ” คนตัวเล็กข้างหน้ายิงคำถามใส่ผมรัวๆ จนผมเริ่มจะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง







ผมยกมือขึ้นกุมขมับก่อนส่ายหัวรัว “ขอโทษนะ แต่นายช่วยหยุดพูดหรือถามคำถามพวกนั้นเถอะ ผมรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว ผมจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหล่ะ”







“โอ๊ะ...เราขอโทษนะ ._.” คนตัวเล็กทำหน้าจ๋อยทันที







ผมมองด้วยท่าทางเอ็นดู ฮ่าๆ ทำท่าเหมือนหมาหงอยเลย...หมางั้นเหรอ..







“นาย...รู้จักคนที่ชื่อ ไค รึเปล่า” ผมถามคนข้างๆ







“หืม จงอินน่ะเหรอ นี่เซฮุนจำเราไม่ได้ แต่จำจงอินได้เหรอ ._.”







“เปล่าๆๆ ผมแค่เคยเห็นเค้าครั้งนึงเมื่อเกือบ2อาทิตย์ที่แล้วน่ะ รู้สึกคุ้นๆเลยมาลองตามหาดู”







“เราก็ไม่รู้นะ เราไม่ได้อยู่คณะเดียวกับจงอินน่ะ วันนี้จงอินคงจะมีเรียนอยู่แหล่ะมั้ง” คนตัวเล็กยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “เราขอเบอร์เซฮุนได้รึเปล่า เผื่อจะแอดไลน์ไป”







ผมล้วงไอโฟนออกจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้ คนตัวเล็กรับไป ซักพักก็ส่งคืนมา ก่อนขอตัวไปเรียน







มือผมกำไอโฟนแน่น ไอโฟนเครื่องนี้พี่คริสเพิ่งซื้อให้ผมได้ไม่นาน เพราะผมบ่นว่าเบื่อมากๆ พี่คริสหาทุกอย่างมาให้ผมแก้เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอพอด PSP,PS3,Xbox,WII ต่างๆนาๆ ผมรับรู้ข่าวสารของมนุษย์ได้ทุกอย่าง ยกเว้นเพียงแค่อย่างเดียวคือออกมาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้ -_-







ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิมจนถึงเย็น ก็ไม่เห็นวี่แววว่าผู้ชายคนนั้นจะผ่านมาทางนี้ แถมผมยังไม่ได้กลิ่นเค้าเลย คิดแล้วก็ถอนหายใจ เอาวะเซฮุน เวลายังมีอีกหลายวัน






ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวนั้น พาสองขาเดินออกจากมหาลัยนั้น







ครืด~
ไอโฟนในกระเป๋ากางเกงผมสั่น ผมจึงล้วงมาเปิดดู






KRIS : พี่อยู่อเมริกาแล้วนะ คุณอาฝากความคิดถึงเซฮุนด้วย หาอะไรกินรึยัง?
SAYSehun : กำลังจะไปหาอะไรกินแล้ว วันนี้นอนกลิ้งทั้งวันเลย






พิมพ์คำโกหกคำโตลงไปพร้อมเดินไปด้วย





KRIS : ดีแล้ว เป็นเด็กดีนะ อยากได้อะไรรึเปล่า จะได้ซื้อไปฝาก
SAYSehun : เอาอะไรก็ได้ใหม่ๆ เสื้อผ้าใหม่ เกมใหม่ๆ อะไรก็ได้อ่ะ พี่ซื้อมาเถอะ
KRIS : เหงารึเปล่า พี่จะรีบกลับแล้วกันนะ
SAYSehun : ไม่เหงาหรอกกก ชินแล้วววว ทำธุระให้เสร็จเถอะ ผมไปหาอะไรกินละ








คุยเสร็จก็ยัดไอโฟนลงในกระเป๋ากางเกง เงยหน้ามองท้องฟ้าก็มืดแล้ว ควรหาอะไรกินซักทีนะ กินข้างนอกนี่แหล่ะ แล้วค่อยกลับคฤหาสน์







คิดแล้วก็เดินซื้อนั่นซื้อนี่พร้อมกินไปด้วยเหมือนคราวที่แล้ว ยังไงก็ยืนยันนอนยันว่าอาหารของมนุษย์นี่แหล่ะอร่อยจริงๆ เขาควรบอกให้พี่คริสเอาอาหารพวกนี้มาให้กินบ้าง โดยอ้างว่าเปิดดูจากในอินเตอร์เน็ตก็คงจะไม่โดนสงสัยอะไร







เดินเพลินๆจนเกือบจะดึกเอาการ คงต้องถึงเวลากลับคฤหาสน์ซักที แต่ด้วยความตาไวก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนนั้น...ไค







ไคเดินเข้าไปในคลับแห่งหนึ่ง เห็นอย่างนั้นเซฮุนรีบเดินตามเข้าไปทันที







ด้านในมีผู้คนมากมาย ทั้งนั่งกับบาร์ ทั้งยืนเต้นอยู่กลางฟลอร์ แล้วยังมีโซนที่นั่งโซฟาด้วย แสงไฟสลัวไม่ได้ทำให้เซฮุนมองไม่เห็นไคแต่อย่างใด ก็เขาน่ะเป็นแวมไพร์นะ







ผมมองไคที่นั่งโซฟากับเพื่อนของเขาที่เจอวันนั้น พร้อมกับผู้หญิงอีก2คนที่นัวเนียไคอยู่







ผมจึงเลือกนั่งที่ว่างตรงเก้าอี้บาร์







“รับอะไรดีครับ”







“อะไรก็จัดมาเถอะครับ ขอหนักๆ”







บาร์เทนเดอร์ได้ยินก็จัดเครื่องดื่มมาให้ผมชุดใหญ่ ผมกระดกแก้วแล้ว แก้วเล่า แอลกอฮอลล์ทำอะไรแวมไพร์ไม่ได้หรอก ผมเคยดื่มกับพี่คริส ไม่ว่าจะดื่มยังไงก็ไม่มีอาการเมา แต่พี่คริสบอกว่ามันจะทำให้ตัวเราดึงดูดมนุษย์มากขึ้น







“ไม่ทราบว่าจะรังเกียจรึเปล่าคะ ถ้าจะชวนไปเต้นด้วยกันที่กลางฟลอร์” เสียงหวานกระซิบข้างหูผม ทำให้ผมต้องหันไปมองก็เจอผู้หญิงผมยาวสลวย หน้าสวย ยืนอยู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่หวานหยดย้อย







ผมแสยะยิ้มมองเธอก่อนตอบไปว่า “ได้สิครับ”







เธอจูงมือผมมากลางฟลอร์ พร้อมกับยกมือขึ้นคล้องคอผม ขยับมาบดเบียดลำตัวผม เธอเงยหน้ามองผมพร้อมสีหน้ายั่วยวน







ทำไมอยู่ๆผมถึงอยากกัดลำคอขาวๆนี้กันนะ คิดแล้วก็ก้มลงไปไล้จมูกที่แก้มของสาวสวยตรงหน้า ก่อนค่อยๆเลื่อนใบหน้าไปที่ใบหูของเธอ ขบกัดเบาพอเป็นพิธี ก่อนซุกหน้ากับซอกคอของเธอ







หอม...อยากกัด...







ผมกำลังจะฝังเขี้ยวลงบนลำคอขาวๆนั้น แต่จู่ๆก็โดนเบียดจนหลุดจากแขนเล็กที่คล้องคอ เหมือนกระแสคนที่เพิ่มขึ้นทำให้โดนเบียดไปจนไกลและไร้ทิศทางจนมาชนกับไหล่หนาของคนนึง ผมเลยรีบหันไปจะขอโทษทันที







“ขอโทษ...” แต่พอหันไปก็ต้องตกใจ







ผู้ชายคนที่ชื่อ ไค.. จงอิน... ยืนอยู่ใกล้ผมมาก ผู้คนที่เต้นตามจังหวะเพลงยิ่งเบียดให้ผมตัวชิดกับเขามากยิ่งขึ้น







เป็นเพราะผมเตี้ยกว่านิดหน่อย ไคจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับมองหน้าผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย







“ตามมาทำไม” ไคพูดขึ้นมา







“…….” ผมเงียบ ไคก็ยิ่งจ้องลึกลงไปในตาของผม







어디를 봐도 내 두눈에
คุณลองมองมาที่ตาผมสิ
너밖에 보이질 않아
คุณจะเห็นว่ามีคุณอยู่ในนั้น








ผมเริ่มหายใจถี่แรงยิ่งขึ้น ไม่รู้เป็นเพราะคนที่เบียดให้ผมใกล้ชิดคนตรงหน้า หรือเป็นเพราะสายตาเขากันนะ







“ฉันฝันถึงนายทุกคืน...ฉันคิดว่าเราน่าจะรู้จักกัน” ผมพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศน่าอึดอัดนั้น







“งั้นเหรอ...” ไคก้มลงมาจนจมูกเราสองคนแตะกัน







ความรู้สึกของผมไม่ปฏิเสธเลยว่าผมต้องการคนตรงหน้ามากขนาดไหน...







“ถ้าต้องการฉันก็จูบฉันตอนนี้สิ...” ไคพูดขึ้นเบาๆ







“……”







“ถ้าไม่ ก็ถอยไปซะ แล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ไม่ต้องมาสะกดรอยตามฉัน”







그녀 대답은 Oh kiss me now
และคำตอบของคุณคือ จูบผมในตอนนี้








ผมขยับไปจูบผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกโหยหา...ผมไม่เคยรู้สึกต้องการอะไรมากเท่านี้มาก่อน ไม่เคยรู้สึกหัวใจเต้นแรงแบบนี้ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเมื่อ2ปีที่แล้ว ไม่เคยรู้สึกเหมือนร่างกายกระชุ่มกะชวยเหมือนต้นไม้ที่โดนฝนแบบนี้







ไคจูบตอบผมอย่างร้อนแรงเช่นกัน ผู้คนที่บดเบียดเราสองคน ทำให้ผมต้องยกมือขึ้นคล้องคออีกคนไว้ เพื่อไม่ให้ล้มหรือโดนเบียดให้หลุดจากจูบของอีกคน







ไคสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของผม กวาดชิมความหวานจนทั่ว เราสองคนแลกลิ้น กดจูบกันเนิบนาบอย่างนั้นหลายนาที เหมือนโหยหากันและกันมาเนิ่นนาน จนสุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายผละออกก่อน







“สงสัยต้องคุยกันยาว” ไคพูดขึ้นพร้อมลากผมออกจากคลับนั้นทันที







To Be Continued







TALK
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย >//////////////<
แต่งเองค้างเอง เนื่องจากสัญญากับรีดเดอร์ทั้งหลายแล้วว่า วันนี้จะลงตอน9ให้ได้อ่านกัน
ก็จงเอาไปเสพซะน้า อิอิอิอิอิอิอิ
รู้ว่าคงจะค้างกันมาก แต่สำหรับคืนนี้ เอาไป1ตอนก่อนนะ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่จงอินกับเซฮุนเจอกันแล้ว
จงอินจะลากเซฮุนไปคุยอะไรกันยาวๆที่ไหนน้อ
โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ -...-
ฝันดี ไคฮุนสถิตย์กับท่านจ้า
Title : Baby, don't cry {8}
Rate : PG-13
Paring : Jongin X Sehun
Author : :฿lackcatt.
Song : EXO-K - Baby, Don't Cry (인어의 눈물)





Kris’s Part




ผมรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็คือเมียน้อยของพ่อ ที่พ่อฆ่าแม่ เพราะแม่ไปทำร้ายผู้หญิงคนนั้นจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ส่วนเซฮุนก็คือพยานรัก...หึ




สมเพชตัวเองชะมัด...ยอมรับเลยว่า เขาเองก็เริ่มจะถูกใจเซฮุนแล้ว แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ปรานีปีศาจอย่างเขา ถึงทำกันอย่างนี้ได้




ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาตัดสินใจจะเปลี่ยนเซฮุนให้เป็นแวมไพร์ เขาสัญญาอีกว่าจะเปลี่ยนผู้หญิงคนนั้นด้วย แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา เธอไม่สามารถทนพิษได้หรอก ความจริงข้อนี้เขารู้ดี แต่เลือกที่จะโกหกเซฮุนเพื่อหลอกใช้




เซฮุนเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ที่มีความเหมือนมนุษย์มากกว่า




แต่ตอนนี้ทุกอย่างผิดแผนไปหมด พอรู้ว่าเซฮุนเป็นน้องชายต่างพ่อ และผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่พ่อรักมาก เขาคงทำได้แค่เปลี่ยนเซฮุน พร้อมพาผู้หญิงคนนั้นมาหาพ่อแค่นั้นล่ะมั้ง




จมูกผมได้กลิ่นหมาป่า มองไปก็เห็นไอ้ไคยืนพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ หึ...มาดักรอสินะ




“มึงต้องการอะไรจากเซฮุน จะให้เซฮุนฆ่ากูด้วยมีดเงินเล่มนั้น?”มันยิงคำถามอย่างไม่รอช้า




“ฉลาดเป็นด้วยเหรอ กูรู้มึงเองก็พร้อมตาย อย่านึกว่ากูไม่รู้ว่ามึงพยายามทำอะไร ทำเป็นไปแกล้งคบผู้หญิงคนอื่นเพื่อจะให้มันแค้นมึงแล้วฆ่ามึงเนี่ยนะ โง่สิ้นดี แค่ตอนนี้มันยังมาขอร้องให้กูฆ่ามันเลย มันบอกว่ามันฆ่ามึงไม่ได้ คงจะรักกันมากจนลืมไปแล้วว่าแม่ของมันนอนพะงาบๆอยู่ทีโรงพยาบาล” ผมแสยะยิ้ม





“ถ้ามึงอยากฆ่ากูนัก ก็ฆ่ากูตรงนี้ แล้วเลิกยุ่งกับเซฮุนซะ!”




“ถ้ามึงรู้ความจริงว่าเซฮุนเป็นน้องชายต่างแม่กับกู มึงคงจะไม่พูดอย่างนี้”




“!!!!!!!!!!!!!!”ไอ้ไคเบิกตากว้างดูจะตกใจกับคำพูดผม




“ในตัวมันมีเลือดแวมไพร์ที่มึงเกลียดนักเกลียดหนายังไงล่ะ เพียงแต่เลือดแม่มันแรงไปหน่อย ถ้ากูฝังเขี้ยวลงไปที่คอเพื่อจะเปลี่ยนมัน เชื่อสิว่าพิษแค่นี้มันน่ะทนได้...ถ้ามึงอยากช่วยมันจริงๆ ก็ยอมให้มันเอามีดแทงที่หัวใจของมึงซะ เกลี้ยกล่อมมัน ให้มันฆ่ามึง มันกับแม่ของมันจะได้รอดตาย”




“………………”




“การมีความรักมีแต่จะทำให้ล่มจมแบบนี้แหล่ะ เรื่องนี้จะจบลงยังไง วันแรม15ค่ำ มึงก็คงจะรู้เอง”ผมพูดแล้วเดินออกจากตรงนั้น



.
.
.


Sehun’s Part




ผมจัดการเก็บกวาดเศษกระจกจากกรอบรูปที่แตกด้านล่าง ล็อคประตูบ้าน ขึ้นห้องมาอาบน้ำแล้วนอนแผ่บนเตียง คิดอะไรเรื่อยเปื่อย พรุ่งนี้ผมคิดว่าผมจะยังไม่ไปโรงเรียน ผมยังไม่พร้อมจะเจอใครจริงๆ




ก๊อกๆๆๆ!!! เสียงเคาะประตูระเบียงผมดังขึ้น




ใครกันนะ ในใจแอบคิดว่าอาจจะเป็นจงอิน แต่ก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดออกไป มันจะมาหาผมทำไมล่ะครับ มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาหาผมอีก คงจะเป็นคริสล่ะมั้ง คิดแล้วก็เดินไปเปิดประตูระเบียง




“คริส เมื่อกี้หายไปไหนอ่ะ?” ผมถามขณะบานประตูกำลังเปิดออก




!!!!!!!! จ...จงอิน....




จงอินจ้องมองผมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ผมรีบหันหลังเดินหนี ไปปิดโคมไฟหัวเตียงพร้อมขึ้นไปนอนซุกผ้าห่มบนเตียงทันที




ปัง!!!! แกร๊ก เสียงปิดประตูระเบียงดังพร้อมกับเสียงล็อคประตูที่ดังตามมา




ผมนอนหลับตาปี๋อยู่ใต้ผ้าห่ม รู้สึกถึงแรงยุบลงบนที่ว่างข้างๆ มันคงมานอนตามปกติล่ะมั้ง ผมปลอบใจตัวเองให้ผ่อนคลาย พร้อมกับค่อยๆเคลิ้มใกล้จะหลับ




“มึงชอบคริสเหรอ...” จงอินถามขึ้นมาทำให้ผมลืมตาทันที




“.......” ผมเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป




“มึงจะฆ่ากูแล้วมึงจะยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์งั้นเหรอเซฮุน...”




“………” จงอินรู้แล้ว...




จงอินค่อยๆดึงผ้าห่มที่คลุมหัวของเซฮุนลง พร้อมพลิกร่างโปร่งให้หันมาหาตัวเอง ทั้งคู่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน




“ไม่เป็นแวมไพร์ไม่ได้เหรอไง...”




멍청이 같아 정말 겁쟁이 같아 사랑한단 말 한마디 못했어
ผมโง่และขี้ขลาด ที่ไม่บอกรักคุณซักที
니 사랑을 이젠 알 것 같은데내게 돌아오는 말
ทั้งที่ได้รับความรักของคุณมาทั้งใจ กลับมาหาผมเถอะนะ ผมขอร้อง





ผมมองจงอินด้วยแววตาที่สั่นไหว




“กู...รักมึงนะ กูมันขี้ขลาดที่ไม่ยอมบอกมึงซักที...อย่าเป็นแวมไพร์เลยนะ...”




“กลับไปเถอะจงอิน เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีก” ผมพูดพร้อมหลับตาลงโดยที่ไม่ลืมตามองคนข้างหน้าอีก ในหัวคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปสารพัด จนสุดท้ายผมก็ทนความอ่อนเพลียไม่ไหว เผลอหลับไป




.
.
.



ผมสะดุ้งตื่นมากลางดึก เหลือบมองนาฬิกาก็เกือบจะตี3 วันนี้เป็นวัน14ค่ำแล้ว หันไปข้างๆ ก็เจอจงอินนอนหลับอยู่ ความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมเข้ามา ทำให้ผมรู้สึกสับสนว่าควรจะทำยังไง ผมควรฆ่าจงอินดีมั้ย...




ผมลงจากเตียง ค่อยๆเปิดลิ้นชัก หยิบมีดเงินออกมา เดินอ้อมไปคุกเข่าข้างเตียง แล้วอยู่ๆก็จงอินค่อยๆลืมตาพร้อมดันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง




“ฆ่ากูเถอะเซฮุน ใช้มีดนั่นปักลงมาที่กลางหัวใจกู” จงอินพูดเสียงหนักแน่น




น้ำตาผมค่อยๆไหลลงมาช้าๆ “แล้วรุ่นพี่คนนั้นล่ะ เขาจะอยู่ยังไง..”




“กูก็แค่ทำแบบนั้นเพราะอยากให้มึงออกห่างกู มึงจะได้ฆ่ากูง่ายๆ เพื่อช่วยแม่ของมึงไง...กูรู้เรื่องนี้มาซักพักแล้ว”




Say no more (baby) no more (don't cry)
มันไม่มีอะไรหรอกที่รัก มันไม่มีอะไรจริงๆ อย่าร้องไห้เลย
제발 망설이지는 말아줘 물거품이 될 그 찰나
ได้โปรดอย่ารีรอต่อไปอีกเลย ก่อนที่จะกลายเป็นฟองอากาศในน้ำไปในชั่วพริบตา
Say no more (baby) no more (don't cry)
มันไม่มีอะไรหรอกที่รัก มันไม่มีอะไรจริงๆ อย่าร้องไห้เลย
눈부신 사람으로 남을 수 있게
เธอจะได้ยังคงอยู่ ในนามของคนที่สดใสเปล่งประกาย
차라리 그 칼로 날 태워줘
จงฆ่าผมด้วยมีดเล่มนั้นเสียดีกว่า





ผมลุกขึ้นโน้มตัวลงไปจูบจงอินทั้งน้ำตา ในมือกำมีดแน่น ก่อนค่อยผละออกจากจงอิน แต่จงอินก็คว้าผมลงไปกอดแน่น ผมยิ่งฟูมฟายขึ้นเรื่อยๆ ร้องไห้งอแงอย่างไม่อาย จงอินลูบหัวปลอบผมเบาๆ




Baby don't cry tonight 어둠이 걷히고 나면
คืนนี้อย่าร้องไห้เลยนะที่รัก เมื่อความมืดนี้ผ่านพ้นไป
Baby don't cry tonight 없었던 일이 될거야
อย่าร้องไห้ไปเลยนะ มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
물거품이 되는 것은 니가 아니야
เธอไม่มีทางที่จะกลายเป็นฟองอากาศ
끝내 몰라야했던
แล้วก็ไม่จำเป็นต้องรู้จนถึงจุดจบนั้น
So baby don't cry, cry
เพราะงั้นอย่าร้องไห้เลยนะที่รัก
내 사랑이 널 지킬테니
ความรักของฉันจะปกป้องเธอเอง





“พูดให้ได้ยินอีกได้มั้ยจงอิน...บอกว่ารักกูมากๆได้มั้ย”




“กูรักมึง...รักมากๆ”




ผมยิ้มทั้งน้ำตา ค่อยผละออกจากจงอิน ในมือกำมีดแน่น จงอินยิ้มให้ผมก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าพร้อมโดนฆ่าแล้ว




แต่เขาไม่รู้หรอก ไม่มีทางรู้...ผมเงื้อมีดขึ้นสุดแขนก่อนจะแทงลงไปอย่างแรง




จงอินเบิกตากว้าง ก่อนจะพุ่งตัวมาหาผม อา...เจ็บจัง ความเจ็บปวดมันเป็นอย่างนี้สินะ




ผมตัดสินใจแทงมีดเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง รู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง ทุกอย่างกลายเป็นภาพสโลวโมชั่น




จงอินค่อยๆวิ่งมาประคองตัวผมไว้ ก่อนจะตะโกนเรียกใครบางคน นี่หูผมอื้อแล้วเหรอเนี่ย...ทำไมผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย





เหนื่อย...เหมือนจะไม่มีแรงหายใจ ภาพข้างหน้าเริ่มจะเบลอ จงอินกอดผมไว้แน่น แล้วนั่น...คริสวิ่งเข้ามาหาผมเหรอ





แล้วจงอินคุยอะไรกับคริสน่ะ ทำไมดูร้อนรนขนาดนั้น...คริสจับแขนผมขึ้นมาก่อนจะกัดลงไปเต็มๆ




เจ็บ!!!! ผมรู้สึกเหมือนแขนกำลังจะระเบิด ร่างกายเหมือนจะร้อนเป็นไฟ ร้อน...ผมดิ้นทุรนทุราย




ไม่นะ...จงอินช่วยด้วย...ผมเห็นภาพจงอินยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนก่อนสติผมจะดับวูบลงไป




.
.
.


ผมลืมตาขึ้นมาเพราะแสงสว่าง ก่อนค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง ที่นี่ที่ไหน...แล้วผมเป็นใคร ผมค่อยๆลุกขึ้นเดินไปยังกระจกที่ตั้งอยู่ไม่ไกล




นี่ตัวผมเหรอ ผมชื่ออะไรกันล่ะ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ในขณะที่ผมกำลังนึกอยู่นั้น อยู่ๆฉากก็เปลี่ยนไป กลายเป็นห้องๆหนึ่งที่มี...ผม(?)นอนอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนึง โดยที่ตัวผมมีมีดปักอยู่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย เดี๋ยวนะ...นี่ผมกำลังฝันอยู่งั้นเหรอ?




“คริส!!!!! มึงอยู่ไหน มึงรีบมาที่นี่เร็วๆ!!!” ผู้ชายคนที่ประคองตัวผมตะโกนเสียงดัง พร้อมกอดร่างผมไว้แน่น




“พระเจ้า...เซฮุน มึงจะต้องไม่เป็นอะไร มึงจะต้องไม่ตาย มึงตายไม่ได้นะ” เซฮุน...นั่นชื่อของผมเหรอ




ทันใดนั้นก็มีผู้ชายร่างสูง ตัวซีด พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วจากประตูระเบียง ปรี่เข้าไปหาสองคนที่อยู่บนพื้น




“เซฮุนแทงตัวเอง...เซฮุนเอามีดแทงตัวเอง ไอ้คริส!!!มึงต้องช่วยเซฮุนนะ มึงต้องเปลี่ยนมัน ไม่งั้นมันจะตาย” คนที่กอดร่างผมไว้พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน อ๋อ...ผู้ชายตัวสูงคนนั้นชื่อคริสสินะ




“ไอ้ไคมึงทำเชี่ยอะไรลงไป!!!!” ผู้ชายที่ชื่อคริสตะโกนเสียงดัง




“กูไม่ได้ทำอะไรเลย กูบอกให้เซฮุนแทงกู แต่มันกลับแทงเข้าที่ตัวเอง กูขอร้อง...เปลี่ยนเซฮุนเถอะ กูยอมแพ้ กูแพ้แล้ว กูจะไปจากที่นี่ กูยอมตายก็ได้” ผู้ชายคนที่ชื่อไคอ้อนวอน




จากนั้นผู้ชายที่ชื่อคริสก็ค่อยๆจับแขนผมขึ้นมา พร้อมกัดลงไปเต็มแรง ทันใดนั้นผมก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ข้อมือทันที ก่อนที่ภาพนั้นจะค่อยๆเลือนหายไป




เฮือก!!!!




ผมสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นนั่งพร้อมหายใจหอบ ให้ตายสิ...ฝันแบบเดิมอีกแล้ว ทำไมต้องฝันถึงเหตุการณ์บ้าๆแบบนั้นตลอด ผมลุกออกจากเตียง มองหาพี่ชายสุดที่รักเพียงคนเดียวของผมทั่วคฤหาสน์ ก่อนจะไปเจอที่สวนด้านหลัง




“พี่คริส ผมฝันแบบเดิมอีกแล้ว” ผมยู่หน้าเดินไปกอดเอวพี่ชายจากด้านหลัง




“ฝันอีกแล้วเหรอ อย่าไปคิดมากเลยนะ” พี่คริสพูดก่อนหันกลับมาจุ๊บที่หน้าผากผม




“โอ๊ย!! จุ๊บทำไม ผมโตแล้วนะ -3-” ผมหน้างออีกครั้ง




เมื่อสองปีที่แล้ว ผมตื่นขึ้นมาก็เจอตัวเองนอนอยู่ในคฤหาสน์นี้โดยมีพี่คริสอยู่ด้านข้าง พร้อมกับผู้ชายอีกคนที่บอกว่าเป็นพ่อของผม




พวกเขาเป็นแวมไพร์ แน่นอนผมก็เป็น แปลกที่ผมจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว นี่ก็2ปีแล้วที่ผมไม่ได้ออกไปด้านนอกเลย เพราะพ่อกับพี่คริสบอกว่า ข้างนอกน่ะอันตราย แต่ผมเป็นถึงแวมไพร์เชียวนะ มันจะอันตรายแค่ไหนกันเชียว และยังมีเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจอีกหลายเรื่อง เช่น ผมเป็นแวมไพร์ที่ไม่ดื่มเลือดมนุษย์ ผมกินเหมือนมนุษย์ปกติ แต่กลับมีพลังวิเศษเหมือนแวมไพร์ แล้วไหนจะรอยแผลเป็นที่แขนผมอีกล่ะ มันเหมือนรอยโดนกัด




“พี่คริส...ผมอยากไปด้านนอกบ้าง”




“ฮุน...พี่เคยบอกแล้วไงว่า..”




ยังไม่พูดต่อ ผมก็พูดแทรกซะก่อน “โอเคๆๆๆๆๆๆ ยอมแล้ว ฮุนยอมแล้ว =^=”




พูดไปอย่างนั้นแหล่ะ วันนี้ผมจะต้องออกไปด้านนอกให้ได้ ก็พี่คริสน่ะยังออกไปได้ทุกวันๆนี่นา ส่วนพ่อเองก็เหมือนกัน ไม่รู้ออกไปไหนได้ทุกวัน วันนี้แหล่ะเป็นฤกษ์ดีที่สุดแล้ว




ผมรอจนกว่าพี่คริสกับพ่อออกจากคฤหาสน์ไป พอเห็นทางโล่ง ผมก็กระโดดออกไปจากกำแพงด้วยความเร็ว ผมไปตามกลิ่นของมนุษย์จนถึงในย่านที่มีมนุษย์ชุกชุม จึงค่อยๆเดินเหมือนคนธรรมดา




ผมรู้สึกลุกลี้ลุกลน ตื่นเต้นมากกับการได้มาเจอมนุษย์ธรรมดา จริงๆแล้วแวมไพร์ก็ไม่เห็นต่างอะไรกับมนุษย์นี่นา ผมเดินไปเรื่อยๆ แวะซื้อของกินตลอดทางด้วยเงินที่แอบพกออกมา น่าอิจฉามนุษย์ที่มีอาหารอร่อยๆให้ได้กินแบบนี้ ผมกินอาหารแบบมนุษย์ก็จริง แต่ก็เป็นอาหารแบบเดิมๆซ้ำๆที่พี่คริสหามาให้




ลมพัดเบาๆ กับอากาศดีๆในฤดูใบไม้ผลิ ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับยิ้มออกมา ถึงจะโดนพี่คริสจับได้ ถึงจะโดนทำโทษยังไงก็คุ้มกับการที่ได้ออกมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ซักครั้ง




ลมที่พัดเบาๆทำให้ผมได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมา มันไม่ใช่กลิ่นมนุษย์ มันเป็นกลิ่นอะไรกันนะ กลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยกับมันแปลกๆ




ผมหันไปทางที่มีกลิ่นนั้นลอยมา ก็เห็นหลังไวๆของผู้ชายคนนึงที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม ผมค่อยๆสะกดรอยตามไปอย่างไกลๆ จนผู้ชายคนนั้นเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีผู้ชายตัวสูงอีกคนเรียกเขาไว้ พร้อมวิ่งตามเขาเข้าไป จึงทำให้ผู้ชายคนนั้นหันหน้ามา




เฮ้ย...คนในฝันคนนั้น? ผมยืนนิ่ง ตัวแข็งอยู่ที่เดิมอยู่นาน ในหัวคิดถึงแต่เรื่องความฝัน พร้อมพยายามนึกเรื่องต่างๆจนรู้สึกปวดหัว
ในใจคิดจะรอจนกว่าผู้ชายคนนั้นจะออกมา แต่อีกใจก็กลัวว่าพี่คริสจะจับได้ จนหนีออกมาไม่ได้อีก พรุ่งนี้เขาจะมาใหม่แล้วกันนะ คิดแล้วก็รีบกลับคฤหาสน์ทันที





To Be Continued





TALK
สารภาพว่าจริงๆแต่งตอนนี้เสร็จตั้งแต่วันที่10แล้ว .___.
แต่มันแอบดราม่ามากกกก แถมเรื่องยังเดินเร็วด้วย
เราเลยนั่งปรับแก้ นู่นนี่นั่นเป็นเวลา4วัน (ตั้ง4วัน)
คือตอนแรก เนื้อเรื่องแบบดาร์ก ดราม่าน้ำตาไหลเป็นสายเลือดจริงๆ
แต่พอมาดูแฟนเมดไคฮุน เลยทำให้อารมณ์ดาร์กหายไป
หันมาแต่งให้ดูสดใสดูบ้าง (นี่ใสแล้ว?)
555555555 ยังไงจะปั่นอีกหลายๆตอนมาลงน้า
นี่มะรืนก็ต้องกลับเชียงใหม่ไปร่ำเรียนแล้ว
กลัวจะไม่มีเวลามาเวิ่นแต่งอีก รักคนอ่าน ซารางเฮ ♥
Title : [SongFic] Too tired or not?
Rate : PG-13
Paring : Jongin x Baekhyun x Chanyeol
Author : :฿lackcatt.
Song : MILD – เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า




ณ ห้องเช่าแคบๆห้องหนึ่งในอพาทเม้นท์เก่าๆ มีชายคนหนึ่ง ยืนเล่นกีต้าร์คลอกับสายลมที่พัดมาเบาๆ




“คิมจงอิน” ยืนมองวิวจากระเบียงห้องตัวเองพร้อมกับเกากีต้าร์โปร่งคู่ใจไปด้วย




ก๊อกๆๆๆ!!!




เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้จงอินต้องรีบคว้าเสื้อแขนยาวที่พาดอยู่ใกล้ๆมาสวมทันที พร้อมแกล้งเท้าแขนกับขอบระเบียง เฉมองดูวิวของตึกรามบ้านช่องด้านล่าง




“ทะเลาะกับไอ้ยอลมาอีกแล้วอ่ะดิ” จงอินพูดขึ้นกับคนร่างเล็กที่เดินมายืนข้างๆ




“อืม...” พยอนแบคฮยอน คนร่างเล็กเอ่ยขึ้นเบาๆ




“ทะเลาะกันบ่อยๆอย่างเงี้ยะ ไม่เบื่อบ้างเหรอวะ?” จงอินมองอีกคน




“ทำไงได้ ก็เรารักมันหนิ…พูดไปแกก็ไม่เข้าใจหรอก ไอ้คนไม่เคยรักใคร” แบคฮยอนตอบแบบนี้ทุกครั้งที่ทะเลาะกับชานยอล แล้วหลบมาอยู่ในห้องของจงอิน




เห็นทุกครั้งที่สองคนทะเลาะกัน เห็นทุกครั้งที่ชานยอลใช้กำลังกับแบคฮยอน
จงอินคอยมองสองคนนั้นไกลๆตลอดมา
แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย...





จงอินทำงานพิเศษเป็นนักร้องในร้านอาหารกึ่งผับ ทุกๆวันจะเจอชานยอลเพื่อนรักของเขาควงผู้หญิงมาไม่ซ้ำหน้า ทั้งๆที่มีแบคฮยอนอยู่แล้ว




โอวที่แท้ก็คนที่ดูว่าเขานั้นรักเธอดี
แต่เขามีอีกคนแล้ว และเธอรักเขาเต็มใจ
เก็บเอาไว้ก็ทนฝืน ไม่รู้ต้องทำอย่างไร





รู้...แต่ทำอะไรไม่ได้ ทั้งสองคือเพื่อนรัก...
ทำได้แค่คอยอยู่ข้างๆแบคฮยอนเท่านั้น...



.
.
.




เช่นเดียวกับวันนี้ที่แบคฮยอนคุยโทรศัพท์กับชานยอลบนดาดฟ้าอพาทเม้นท์แล้วมีปากเสียงกันเช่นเคย




“ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ!!!! ยอลไม่เคยเข้าใจอะไรเลย!!! ไม่เคยรักกันเลยใช่มั้ย!!!!” คนตัวเล็กพูดเสร็จก็ปาโทรศัพท์มือถือลงพื้นอย่างแรง




จงอินเห็นที่นั่งมองไกลๆ ก็เดินไปหยิบกระป๋องน้ำอัดลม หวังจะเข้าไปยื่นให้คนตัวเล็ก แต่กลับโดนอีกคนปัดกระเด็น แถมมือยังฟาดลงบนหน้าของจงอินจนหน้าหันไปอีกทาง




คนตัวเล็กกระทืบเท้าทำท่าจะปีนขอบของดาดฟ้า




“เฮ้ยแบค!!! พอแล้วอะไรเนี่ย!!!” จงอินรีบไปคว้าตัวอีกคน พร้อมล็อคแขนไว้แน่น




“ปล่อย!!!!!!!” แบคฮยอนตะโกนเสียงดัง




“เหนื่อยนักก็เลิกกันไปดิ!!”




ยื้อกันไปมาจนล้มไปนอนกับพื้นทั้งคู่ แบคฮยอนนอนร้องไห้บนแขนของจงอินเงียบๆ





เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เธอนั้นทำอยู่ทำด้วยหัวใจ
ทุ่มเทให้คนที่เขาไม่เคยใส่ใจ คนที่คอยดูแลห่วงใย
เธอไม่เคยจะมองกลับไปสักที คิดดีๆ แล้วกัน





.
.
.

จงอินได้รับข้อความจากชานยอลตอนที่เขากำลังจะไปเล่นดนตรีที่ผับ “ช่วยกูด้วย กูรออยู่ที่xxx” จึงรีบไปที่นั่นทันที เมื่อไปถึงสถานที่นั้นก็เจอชานยอลโดนล็อคตัวอยู่โดยมีพวกร่างใหญ่ล้อมไว้




“เพื่อนมึงมายุ่งกับเมียลูกพี่กู” หนึ่งในพวกร่างใหญ่พูดขึ้น




จงอินถือกีต้าร์โปร่งไว้แน่น พร้อมกับค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปแต่อยู่ๆแบคฮยอนก็วิ่งเข้าไปในวงล้อมนั้น โดยที่จงอินไม่รู้ว่าแบคฮยอนตามด้วย




“ชานยอล!!!” คนตัวเล็กตะโกนพร้อมวิ่งเข้าไป แต่ก็โดนหนึ่งในพวกร่างใหญ่ตบจนล้มลงกับพื้น




“ไอ้เหี้ย!!!” จงอินตะโกนเสียงดังพร้อมกับฟาดกีต้าร์โปร่งลงไปที่หัวคนที่ตบแบคฮยอน




พวกร่างใหญ่ต่างเข้ามารุมจงอินคนเดียวโดยทิ้งชานยอลที่สภาพสะบักสะบอมไว้ด้านหลัง จงอินต่อยโดนพวกมันไปหลายหมัด แต่ก็โดนแลกกลับมาอีกหลายหมัดเช่นกัน สุดท้ายเขาก็โดนรุมกระทืบ




แบคฮยอนลุกขึ้น พร้อมรีบวิ่งเข้าไปพยุงตัวชานยอลขึ้น เตรียมจะหนีแต่หนึ่งในพวกร่างใหญ่ตาไว ถีบทั้งคู่ล้มลงกับพื้นซะก่อน มันเงื้อมือที่มีมีดด้ามยาวหมายจะแทงเข้ากับตัวแบคฮยอน




จงอินเห็นจึงรีบฝ่าวงล้อมวิ่งไปเอาตัวบังแบคฮยอน พร้อมกับมีดที่แทงเข้ามาเต็มๆหลังจงอิน




แบคฮยอนมองจงอินตาค้าง ภาพเก่าๆย้อนมาไหลย้อนมา




จงอินที่อยู่ข้างเขาเสมอ...
จงอินที่คอยให้คำปรึกษา
จงอินที่คอยกอดเขาไว้ในยามเขาร้องไห้
เป็นจงอินเพียงแค่คนเดียว...





.
.
.
1ปีผ่านไป




หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแบคฮยอนกับชานยอลก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น จงอินจมดิ่งอยู่กับตัวเองโดยมีเนื้อความในจดหมายที่แบคฮยอนทิ้งไว้วนเวียนอยู่ในหัว




“เราชอบบ่นกับนายบ่อยๆ...ว่าเราเหนื่อยมากกับความรักของเรา แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าคนที่เหนื่อยที่สุดไม่ใช่เราหรอก ขอบคุณมากนะจงอินที่ดูแลเรามาตลอด”




เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า...คำถามนี้เขาควรจะถามตัวเองมากกว่าสินะ





End







Talk
เฮ้ยยยยย เขี่ยฟิคมาจากเพลงและเอ็มวีล้วนๆ
แถมยังเขี่ยตอนตี2 อีกต่างหาก
ลองเขียนคู่นี้ครั้งแรก ออกจะยากนิดนึง
เพราะไม่ค่อยได้อ่านคู่นี้เท่าไหร่ เสพแต่โม้เม้นท์อย่างเดียว
ฝากติดตาม ฝากติชมด้วยนะฮะ♥